เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน-ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร (กม.) ณ ด่านบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า ได้เปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางฟรีทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. เพิ่มทางเลือกการเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล สู่นครราชสีมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะเปิดทดลองให้บริการตลอดสาย 196 กม. ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2569 โดยจะเปิดให้ใช้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อก่อน โดยให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม. ต่อ ชม. ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากบางส่วนของโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้าง และติดตั้งระบบ

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า จากนั้นหลังเทศกาลปีใหม่ 2570 ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป จะเปิดให้รถทุกประเภท ยกเว้นรถจักรยานยนต์ใช้บริการได้ โดยจำกัดความเร็ว เป็นไปตามกฎหมายของรถแต่ละประเภท ใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม. ต่อชั่วโมง (ชม.) อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถขึ้น-ลง M6 ช่วงที่เปิดเพิ่มเติมได้ 5 จุด ได้แก่ ด่านบางปะอิน ด่านหินกอง ด่านแก่งคอย ด่านมวกเหล็ก และด่านปากช่อง โดยเส้นทางจะเชื่อมต่อกับ M6 ช่วงปากช่อง-ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้การเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถเข้าสู่เส้นทางสู่อีสานได้สะดวก และต่อเนื่องยิ่งขึ้น ช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเดิมสู่นครราชสีมาและภาคอีสาน คาดว่าจะช่วยลดปริมาณการจราจรบนเส้นทางเดิมได้ 30-40% โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และเทศกาลที่มีปริมาณรถหนาแน่น

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การเปิดมอเตอร์เวย์ M6 ให้ประชาชนได้ใช้บริการ เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอย ใช้เวลา 10 ปี กว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศ และเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานส่วนที่มีความพร้อมมาเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ ทั้งนี้แม้การเปิดใช้เส้นทางจะช่วยให้การเดินทางมีความสะดวก รวดเร็ว และคล่องตัวมากขึ้น แต่ความสะดวกดังกล่าวอาจนำไปสู่ความประมาทของผู้ใช้รถใช้ถนนได้ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการควบคุมความเร็ว และการใช้ช่องทางจราจรให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนเส้นทาง

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างโยธาของ M6 มีความก้าวหน้ากว่า 99% ขณะที่งานระบบและด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางมีความก้าวหน้ากว่า 92% โดย ทล. จะดำเนินงานส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมในการเปิดทดลองให้บริการตลอดสายฟรีทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี (BTSC) ผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า BGSR กล่าวว่า ปัจจุบันยังเหลือการส่งมอบพื้นที่จาก ทล. ในส่วนของตอนที่ 4 และตอนที่ 21 ที่ยังก่อสร้างล่าช้าอยู่ คาดว่าตอนที่ 4 จะส่งมอบพื้นที่ และเข้าติดตั้งระบบให้เสร็จสิ้นได้ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ตอนที่ 21 คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2569 อย่างไรก็ตามยอมรับว่างานมีความล่าช้าจากแผนงานพอสมควร ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการส่งมอบพื้นที่ของ ทล. ที่ติดปัญหาด้านสภาพภูมิประเทศในบางจุด ซึ่งเดิมตามแบบประมูลเป็นถนน แต่เมื่อจะเข้าก่อสร้างจริงกลับมีสภาพเปลี่ยนไป

ทั้งนี้ตามเป้าหมายหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน พร้อมเริ่มทดสอบระบบเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. นี้ เป็นต้นไป โดยจะใช้เวลาทดสอบประมาณ 2 เดือน คาดว่าจะสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางได้ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2570 อย่างไรก็ตามโครงการนี้เป็นการจ้างงานในรูปแบบ PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี ซึ่ง BGSR จะได้รับค่าจ้างในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) จึงถือว่ามีความเสี่ยงต่ำในแง่ของรายได้ แต่ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต.