เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) ไทย – จีน เฟสที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร(กม.) ปัจจุบันงานโยธาสะสมอยู่ที่ 55.97% ซึ่งได้เร่งรัดงานที่ล่าช้ากว่าแผน เพื่อให้พร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2574

โดยในสัญญา 3 – 5 ช่วงโคกกรวด – นครราชสีมา ระยะทางรวม 12.38 กม. คืบหน้า 17.89% อยู่ระหว่างปรับรูปแบบช่วงโคกกรวด – สถานีภูเขาลาด ระยะทาง 7.85 กม. จากระดับดินเป็นทางยกระดับตามความต้องการของชุมชน ซึ่งจะเพิ่มวงเงินราว 2,049 ล้านบาท และใช้เวลาเพิ่มขึ้น 36 เดือน ส่วนโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เฟสที่ 2 (นครราชสีมา – หนองคาย) ระยะทาง 357.12 กม. ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้วเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2568 เตรียมประกวดราคาปลายปี 2569 ลงนามสัญญาปี 2570 เปิดให้บริการปี 2576 ควบคู่กับสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ (หนองคาย – เวียงจันทน์) ที่ตั้งเป้าเปิดบริการในปี 2574
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ระยะทางรวม 132 กม. มีความก้าวหน้ารวม 49.16% โดยงานอุโมงค์รถไฟ 3 แห่ง (สัญญาที่ 3) เสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว ระบบอาณัติสัญญาณ (สัญญาที่ 4) คืบหน้า 64.08% และช่วงมาบกะเบา – คลองขนานจิตร (สัญญาที่ 1) คืบหน้า 96.36% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. 2570 สำหรับช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ (สัญญาที่ 2) ได้ปรับแบบยกระดับผ่านเมืองนครราชสีมาเพื่อลดผลกระทบชุมชน คาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ในปี 2570 และเปิดเดินรถในปี 2574

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ติดตามการพัฒนาระบบทางหลวงสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการรวม 7 โครงการ ระยะทางรวม 106.329 กม. มูลค่าก่อสร้างรวม 35,692 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร มีความก้าวหน้า 99.48% โครงการวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 2 บรรจบทางหลวงหมายเลข 226 ด้านใต้ ตอน 2 ระยะทาง 4.06 กม. มีความก้าวหน้า 98.29%

โครงการทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 ตัดถนนช้างเผือกตัดถนนสิริราชธานี (แยกประโดก) ระยะทาง 1.75 กม. ความก้าวหน้า 98.874% โครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 24 ตัดทางหลวงหมายเลข 224 (แยกโชคชัย) ระยะทาง 4.62 กม. ความก้าวหน้า 73.473% โครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 กับถนนเข้าเมืองสีคิ้ว ระยะทาง 3.41 กม. ความก้าวหน้า 52.90% โครงการทางต่างระดับสีคิ้ว – หินล่อง ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 15.08 กม. ความก้าวหน้า 69.88% และโครงการทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 15.293 กม. ความก้าวหน้า 32.316%
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีแผนโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินงานของกรมทางหลวง ระหว่างปีงบประมาณ 2568-2570 ที่เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างทางหลวงเพิ่มเติมอีก 9 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 9,640 ล้านบาท ซึ่งเมื่อทุกโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยยกระดับโครงข่ายคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 (บขส.2) ได้ติดตามเรื่องการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะและสถานีขนส่งผู้โดยสารอย่างไร้รอยต่อ (One Transport) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเชื่อมต่อ และขนส่งผู้โดยสาร (FEEDER) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบัน บขส.2 ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญที่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยสูงถึง 10,293 คนต่อวัน มีเที่ยวรถวิ่ง 620 เที่ยวต่อวัน รวม 92 เส้นทาง กระทรวงคมนาคมจึงได้วางแผนบูรณาการจัดระบบรถโดยสารประจำทางหมวดต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ประกอบด้วย สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 (บขส.1) บขส.2 สถานีรถไฟนครราชสีมา สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ และท่าอากาศยานนครราชสีมา เข้าด้วยกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนถ่ายการเดินทางจากระบบรางสู่ระบบถนนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และแก้ปัญหาการจราจรในเขตเมืองได้อย่างยั่งยืน



