จากกรณีนายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์ชื่อดังสายแบกเป้เที่ยว ที่เสียชีวิตที่ประเทศจอร์เจีย หลังเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ชันสูตรเสร็จเรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นรถตู้เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา โดยครอบครัวและแฟนคลับ เพื่อนบ้าน นักเรียน หลายพันคนได้ร่วมกันเดินทางมางานท่ามกลางความโศกเศร้า ญาติและแฟนคลับหลายคนพากันหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
อ่านข่าวต่อ : ครอบครัวเคลื่อนร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ เตรียมเผา แฟนคลับนับพันร่วมส่งร้องไห้ระงมท่วมวัด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. แฟนเพจ “Klose Mos” ซึ่งเป็นพี่ชายของ “ฮลุน โซโล่” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยเผยความรู้สึกเสียใจไม่ค่อยมีรูปกับน้อง พร้อมระบุข้อความว่า “ผมขออนุญาตเล่าความรู้สึกของผมสักนิดหนึ่งนะครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมเสียดายที่สุด ตั้งแต่วันที่น้องจากไป ไม่ใช่แค่การที่ผมไม่ได้เห็นน้องเดินไปถึงความฝัน ไม่ได้เห็นน้องเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดคือ ผมแทบไม่มีรูปคู่กับน้องเลย ผมแค่อยากเห็นน้องมีความสุขกับสิ่งที่น้องเลือก อยากเห็นน้องได้ใช้ชีวิต ได้ทำตามความฝัน และอยากเห็นรอยยิ้มของน้องไปอีกนานๆ ตอนน้องยังอยู่ ผมพยายามระมัดระวังเรื่องพื้นที่ส่วนตัวของน้องมาก เพราะผมไม่อยากให้การเป็นตัวผม หรือการใช้ชีวิตของผม ไปกระทบกับชีวิตและเส้นทางของน้อง ผมเลยเลือกที่จะอยู่ห่างๆ และคอยสนับสนุนน้องอยู่ตรงนั้น”

นอกจากนี้ “บางครั้งมีคนถามผมว่า เป็นพี่ชายของน้องเหรอ ผมยังไม่กล้าตอบด้วยซ้ำว่า ใช่ครับ ผมเป็นพี่ชายของเขา ผมมักจะตอบไปแค่ว่า อยู่บ้านใกล้กันครับ ไม่ใช่เพราะผมไม่ภูมิใจที่เป็นพี่ของน้อง แต่เพราะผมอยากให้น้องมีพื้นที่ของตัวเอง อยากให้น้องได้ใช้ชีวิตและเดินตามความฝันของน้องอย่างเต็มที่ ทุกครั้งที่เราไปไหนด้วยกัน ถ้าน้องไม่ชวน ผมก็ไม่กล้าขอถ่ายรูป ไม่กล้าเข้าไปอยู่ในเฟรม เพราะคิดเสมอว่า เอาไว้วันหลังก็ได้ แต่วันนี้ผมเพิ่งเข้าใจว่า บางคำว่า ไว้วันหลัง มันไม่มีวันนั้นอีกแล้ว”

อย่างไรก็ตาม “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมคงชวนน้องถ่ายรูปด้วยกันให้มากกว่านี้ คงกอดน้อง คงบอกว่าภูมิใจในตัวน้อง และคงไม่คิดมากเหมือนที่ผ่านมา เพราะวันนี้ รูปคู่ธรรมดาๆ สักรูป กลับกลายเป็นสิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุด แต่ไม่สามารถย้อนกลับไปหาได้อีกแล้ว ถ้าใครยังมีคนที่รักอยู่ข้างๆ อย่ารอคำว่า ไว้วันหลัง เลยนะครับ อยากกอดก็กอด อยากถ่ายรูปก็ถ่าย อยากบอกอะไรก็บอกกันวันนี้ เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าพรุ่งนี้จะยังมีโอกาสให้เราทำสิ่งเหล่านั้นหรือเปล่า ขอบคุณนะครับที่ยอมเสียสละเวลาอ่านความรู้สึกของผม”

ขอบคุณข้อมูลจาก : Klose Mos