นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า รัฐบาล ได้มีนโยบายในการศึกษาแนวทางการจัดตั้ง “เนชันแนล ดาต้า เซ็นเตอร์” หรือ ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศที่ภาครัฐใช้รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ของหน่วยงานราชการ เพื่อให้ระบบราชการเชื่อมโยงกันได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และได้มาตรฐานสากล โดยมอบหมายให้เอ็นทีดำเนินการ เนื่องจากมีฐานระบบ ดาต้า เซ็นเตอร์ อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการประกาศอย่างอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เอ็นทียังไม่มีการลงทุนเพิ่มในเรื่องนี้ในปริมาณมาก เมื่อมีโจทย์นโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐลงมา เอ็นทีก็สามารถดำเนินการได้ทันที
สำหรับกรอบระยะเวลาการศึกษาโครงการ คาดว่าจะนำเสนอผลการศึกษาเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ เอ็นที ได้ภายในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้ถึงต้นเดือนหน้า โดยการดำเนินงานในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้าง ดาต้า เซ็นเตอร์ ขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการบริหารจัดการและดึงเอาทรัพยากร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานกายภาพที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายพชร กล่าวต่อว่า ในส่วนของขอบเขตการทำงาน เนชันแนล ดาต้า เซ็นเตอร์ จะเข้ามาครอบคลุมและเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ภาครัฐหรือ จีดีซีซี โดย จีดีซีซี จะเป็นส่วนหนึ่งที่เซ็ตอยู่ในระบบ ดาต้า เศ็นเตอร์ ดังกล่าว โดยเน้นการให้บริการแก่ภาครัฐเป็นหลัก ทั้งระบบหลังบ้าน (แบล็ค ออฟฟิค) รวมถึงการเพิ่มศักยภาพรองรับระบบการประมวลผลข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (จีพียู) เข้ามาเสริมการทำงาน โดยการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและมีนโยบายที่ชัดเจนก่อนเริ่มการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและสรุปผลเสนอตามขั้นตอนได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
“เอ็นทีอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภายใน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งกลุ่มธุรกิจดิจิทัลและดาต้า เซ็นเตอร์ ถือเป็นกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคตที่มีศักยภาพและสามารถสร้างกำไรได้สูงสุด แม้ที่ผ่านมา เอ็นที จะมีภาระในการดำเนินงานบริการสาธารณะที่ไม่ได้มุ่งเน้นกำไร แต่ในแง่ของฐานสินทรัพย์และการเป็นหน่วยงานรัฐที่มีศักยภาพ ถือว่ามีความพร้อมสูงอย่างมาก” นายพชร



