เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ความคืบหน้ากรณีคนร้าย 4 คน บุกปล้นและวางระเบิดเพลิงภายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาบ้านตาแบะ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ร้านได้รับความเสียหาย ก่อนเกิดการปะทะระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ และคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป โดยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย ก่อนเปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐาน ทั้งชิ้นส่วนระเบิด ปลอกกระสุน ภาพจากกล้องวงจรปิด และตรวจหาดีเอ็นเอแฝง เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องผูกติดกับแกลลอนน้ำมัน น้ำหนักประมาณ 15 กก. นำไปวางไว้บริเวณกลางร้าน ก่อนเกิดระเบิดและเพลิงลุกไหม้

ส่วนกรณีพบคราบเลือดบริเวณฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเลือดของชาวบ้านซึ่งมีความพิการทางสมอง โดยเดินไปเหยียบเศษกระจกจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านหน่วยความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.มายอ และอาจเป็นเครือข่ายเดียวกับกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี ในช่วงที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย พร้อมประสานพื้นที่เขตรอยต่อทั้ง 12 อำเภอ ปูพรมติดตามตัวผู้ก่อเหตุ รวมถึงตั้งจุดตรวจบนเส้นทางต่าง ๆ และปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยอย่างละเอียด พร้อมสั่งชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวมาดำเนินคดี

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีเป้าหมายสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ และแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุให้รัฐบาลและประชาชนรับรู้ว่ายังคงสามารถก่อเหตุในพื้นที่ได้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายจุด ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพด้านการข่าวและการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุ่นใหม่ อายุประมาณ 20–30 ปี ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวคล่องตัวและบางรายยังไม่มีข้อมูลอยู่ในสารบบหมายจับ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเพิ่มมาตรการด้านการข่าวและติดตามเครือข่ายอย่างใกล้ชิด