เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนจากเหตุการณ์อุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชน รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรและสิ่งสาธารณประโยชน์จำนวนมาก นายกฯ จึงสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชน และต้องไม่ให้การยื่นเอกสารหรือหลักฐานสร้างภาระเกินความจำเป็น ส่วนข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วนั้น ให้หน่วยงานต่างๆ ประสานงานและตรวจสอบกันเอง ไม่ควรให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนต้องเดินทางไปขอเอกสารจากหลายหน่วยงานเพื่อยืนยันความเสียหายซ้ำอีก
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 558,739,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี พ.ศ.2569 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นและค่าปลงศพ เป็นกรณีพิเศษ ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยเสนอ และที่ ครม. มีมติเพิ่มเติม ดังนี้ 1.กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงการระบายน้ำ ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท 2.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท (รวมจำนวน 60,971 ครัวเรือน) 3.กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยโดยตรง อาทิ การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต ช่วยเหลือในอัตรารายละ 2,000,000 บาท (จำนวน 5 ราย ที่จังหวัดน่าน)
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้ จากกรณีที่ ครม.เคยมีมติเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 เห็นชอบหลักการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัยนั้น แต่เนื่องจากการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวต้องใช้เวลา และอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงมีข้อสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำระบบประกันภัยมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้เร่งสรุปหลักการ รูปแบบ และแนวทางดำเนินการ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา



