เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริต คดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง แก่เจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้อง ในคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ รวม 3 คดีใหญ่
คดีแรก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก เจ้าหน้าที่รังวัดและสอบสวนสิทธิ รวมถึงชี้มูลความผิดอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนแก่ นายศรายุทธ กวยทา อดีตที่ปรึกษานายก อบจ.เพชรบูรณ์ และ นายบพิตร อมราภิบาล อดีตปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์
สืบเนื่องจากโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินปี 2554 ในพื้นที่ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จากการไต่สวนพบว่า นายศรายุทธ ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ได้นำชี้แนวเขตที่ดินของตนเองและที่ดินที่แบ่งขายให้บุคคลใกล้ชิด ขณะที่ นายบพิตร ดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดและเป็นกรรมการกำหนดพื้นที่เดินสำรวจฯ ได้นำรังวัดด้วยตนเองในฐานะผู้รับมอบอำนาจ
พฤติการณ์กลุ่มเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันทำใบไต่สวน (น.ส. 5) เท็จ รับรองว่าไม่ใช่ที่ภูเขาหรือที่หวงห้าม ทั้งที่สภาพจริงเป็นภูเขามีความลาดชันเกิน 35% ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กันออกจากป่าไม้ “ป่าหมายเลข 22” จนกระทั่ง นายเอนก ได้ลงนามอนุมัติออกโฉนด 9 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 9 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา
ส่วนคดีที่ 2 เป็นการออกโฉนดมิชอบพื้นที่ผาซ่อนแก้ว 2 แปลง โดย ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง นายพิสูจน์ จันทพัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก พร้อมพวก รวมถึง นายเอนก เหลืองทองคำ และเจ้าหน้าที่ชุดเดินสำรวจ กรณีร่วมกันออกโฉนดที่ดินเลขที่ 8619 และ 8620 รวมเนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 51 ตารางวา ในพื้นที่ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ ให้แก่ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว โดยมิชอบ
พฤติการณ์ใช้ชุดเจ้าหน้าที่จัดทำใบไต่สวนเท็จ รับรองว่าพื้นที่ไม่เป็นภูเขา ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ความลาดชันเกิน 35% และอยู่ในเขตพื้นที่กันออกจากป่าไม้ “ป่าหมายเลข 22” เช่นเดียวกัน ก่อนส่งเรื่องให้ นายพิสูจน์ ลงนามออกโฉนดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2554
ขณะที่คดีที่ 3 เป็นการสวม ส.ค.1 ฮุบป่าสงวนฯ รถไฟมวกเหล็ก ปากช่อง 41 ไร่ ซึ่งคดีนี้ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง นายอรุณ สหธรรมปกรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.นครราชสีมา พร้อมพวก เจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ต.ขนงพระ (ผู้สนับสนุน) และ นายแหวน พุทธิศา (ผู้ขอออกโฉนด/ผู้สนับสนุน)
จากการไต่สวนพบว่า มีการนำหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 115 ซึ่งเป็นของตำแหน่งอื่นและเคยนำไปออกเอกสารสิทธิไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 มาสวมสิทธิขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 53501 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมเพิ่มเนื้อที่จากเดิม 30 ไร่ เป็น 41 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา (เพิ่มขึ้นกว่า 11 ไร่) ผลการตรวจสอบยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าโครงการรถไฟมวกเหล็ก” และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน
ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนและรายงานการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอำนาจ พร้อมร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินทุกแปลงในทั้ง 3 คดี นอกจากนี้ ได้แจ้งกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และส่งเรื่องให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่บังคับใช้กฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ระบุว่า การชี้มูลความผิดดังกล่าวเป็นกระบวนการชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล



