น่าสนใจว่า ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) จะไปแจ้งความ เพราะเป็นเอกสารในสำนวน จะช่วยให้เอกสารถูกระงับไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่คงต้องบอกว่า มาไล่ปิดปากกันตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว แถมจะโดนถล่มเรื่องหน่วยงานรัฐปิดหูปิดตาประชาชน   

กระแสเรื่องฮั้ว สว.จุดติด “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็กระทุ้งหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้า กกต.ไม่สั่งฟ้องนักการเมือง ก็ฟ้อง กกต.ม.157 กกต.ยิ่งทิ้งช่วง ฝ่ายค้านยิ่งได้ทีขู่ว่า ไม่เชือดนักการเมือง ระวังเวรกรรมไล่ล่า ถึงวันหนึ่ง ผู้มีอำนาจคนไหนก็ช่วยเหลือไม่ได้แล้ว  เหมือน ป.ป.ช.บางคนที่หมดอำนาจแล้วก็โดนคดีความ โทษถึงติดตะราง  ข้อหาปกปิดสำนวนนาฬิกาเพื่อน    

เกมถล่มรัฐบาลรับเปิดสภามีเยอะ ที่เห็นรออยู่แล้ว  คือ การอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 โดยในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน ประเด็นที่ฝ่ายค้านเล็งเชือด คือการตั้งงบในโครงการใช้เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซ้ำซ้อนกับงบกลาง และตรวจสอบเรื่องล็อคสเปกให้ใครจัดซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงานหรือไม่

สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 งบกลางโดนหนักแน่  ยังมีประเด็นที่เพิ่งเกิดในการประชุม กมธ.งบประมาณฯ จะถูกนำมาฟ้องประชาชน  คือ “การตัดงบวิจัยและ กยศ.”  กมธ.เสียงข้างน้อยบอกว่า งบประมาณไขมันส่วนเกินที่ตัดได้  11,000 ล้านบาท  ฝ่ายค้านเห็นควรนำงบไปสนับสนุนกองทุนวิจัย ประมาณ 6,000 ล้านบาท  และไปช่วยเหลือในกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ( กยศ.)  เพราะล่าสุดปีนี้ มีเด็กที่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ไม่มีทุนการศึกษา เงินกู้ยืมไม่มี  

“สส.กาย”ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โจมตีการตัดสินใจของ สส.ฝั่งรัฐบาล “เขาโหวตให้นำงบส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง กองทุนหมู่บ้าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงหน่วยงานต่างๆ 9 หน่วยงาน ดังนั้น เราจะเปิดให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบเรื่องนี้”และว่า เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น  ทราบมาจากการประชุมของวิปฝ่ายค้าน  ว่าก่อนจะอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ  อาจจะยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปก่อน

“รัฐบาลบริหารงานมาเพียงไม่กี่เดือน แต่มีหลายเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการทุจริต โกงข้อสอบท้องถิ่น  การบริหารงานที่ผิดทิศผิดทาง การรับมติของประชาชนเข้าไปแก้ไขล้วนแล้วแต่มาจากข่าว มาจากกระแสกดดันทางสังคมทั้งสิ้น  การตัดงบประมาณ จะเห็นความกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะงบประมาณที่ถูกตัด ส่วนมากจะอยู่ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาล  จึงอาจจะมีคลื่นใต้น้ำ หรือกระทบกระทั่งกันภายใน”

เรื่องตัดงบ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พอจะเอามายุให้รำตำให้รั่วกันได้ อีกเรื่องที่รัฐบาลโดนถล่มหนัก คือการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งช่วงเดือน ส.ค.นี้ ความรุนแรงในพื้นที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เกิดจากหลายปัจจัย ( ว่ากันไปถึงว่า น่าสนใจว่า ทำไมเกิดเหตุก่อนพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ ) ที่น่ากลัวคือมีความพยายามปั่นให้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐกระทำเกินกว่าเหตุกับประชาชน เช่น ปล่อยข่าวว่า ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ การเจรจาพูดคุยสันติภาพก็เป็นไปอย่างล่าช้า

 ฝ่ายค้านเปิดข้อมูล ตั้งข้อสังเกตให้มาก แบบโยนหินไปเรื่อย ใช้อภิปรายทั่วไปก่อน กระตุ้นกระแสก่อนถึงอภิปรายโดยลงมติ  ด้านรัฐบาลเองยังไม่มีผลงานเจ๋งๆ ที่จะใช้สู้กระแสโจมตีช่วงเปิดประชุมสภา ตัวหัวหมู่ทะลวงฟันด้านการสื่อสารก็ไม่มี ฝั่งโฆษกเน้นแก้ข่าวเสียส่วนใหญ่ เรื่องสถานการณ์เขมรที่เคยทำคะแนนให้อย่างมากช่วงเลือกตั้ง ตอนนี้ก็กลายเป็นนิ่ง แถมจะถูกด่าเรื่องไม่ขยับตัวที่เขมรแอบอ้างวัฒนธรรมไทย

เป้าหมายเร่งการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลให้เร็วที่สุด น่าสนใจว่า พรรคส้มจะดึงเสียงอีก 2 พรรคให้ทิ้งน้ำเงินได้หรือไม่.