สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า ผลสำรวจของแกลลัพ (Gallup) เมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) ชี้ให้เห็นว่า เสียงส่วนใหญ่คัดค้านการเปิดการเจรจาอีกครั้ง ซึ่งเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากผลสำรวจก่อนหน้านี้ ที่บ่งชี้ว่า ผู้สนับสนุนการเจรจามีคะแนนนำอยู่เล็กน้อย
ผู้สนับสนุนการเจรจาฝ่าย “เห็นด้วย” กล่าวว่า การเข้าร่วมกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) จะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยที่สูง และให้ความมั่นคงมากขึ้นในโลกที่ไม่มั่นคง จากทั้งสงครามในยูเครนและคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ในแถบอาร์กติก ขณะที่ฝ่าย “ไม่เห็นด้วย” แย้งว่า การเป็นสมาชิกอียูจะคุกคามอธิปไตย และน่านน้ำประมงของเกาะ
ทั้งนี้ หากผลการลงคะแนนเสียงส่วนมากเลือก “เห็นด้วย” จะเป็นการเปิดทางไปสู่การเจรจากับบรัสเซลส์ และไอซ์แลนด์จะต้องจัดการลงประชามติครั้งที่ 2 ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี กว่าจะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมจริงหรือไม่
Iceland votes on whether to start EU membership talks https://t.co/cCiu7k5CNp
— The Straits Times (@straits_times) August 29, 2026
อนึ่ง ไอซ์แลนด์ยื่นขอเข้าร่วมอียูครั้งแรกเมื่อปี 2552 ในช่วงวิกฤติการณ์ทางการเงิน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่การเจรจาสิ้นสุดลงในปี 2556 เมื่อรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการติดสินใจนี้ ได้ระงับกระบวนการดังกล่าว
การอภิปรายภายในไอซ์แลนด์มุ่งเน้นไปที่อัตราดอกเบี้ย สิทธิการประมง และค่าครองชีพมากกว่าความมั่นคง โดยประเทศแห่งนี้เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การประมงยังคงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากภายใต้กฎของอียู โควตาการประมงขึ้นอยู่กับรูปแบบการประมงในอดีตเป็นหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนมั่นใจว่า กฎดังกล่าวอาจยังช่วยให้ไอซ์แลนด์ควบคุมน่านน้ำของตนได้
ทั้งนี้ หากผลการลงคะแนนเป็นไปในทางสนับสนุน การเจรจาอาจเริ่มต้นได้ภายในสิ้นปี 2569 และใช้เวลา 18-24 เดือน แต่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นภายในเดือน พ.ย. 2571 อาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับกำหนดการเจรจาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในขณะนั้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



