การแกะสลักผักผลไม้ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์และการสืบทอดคู่มากับสังคมไทยยาวนานจวบปัจจุบัน เป็นงานศิลปะที่ไม่เพียงสะท้อนความประณีตศิลป์ของไทย หากแต่บอกเล่าการสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ขณะที่การใช้ประโยชน์มีบทบาทหลากหลาย ทั้งการนำมาใช้ตกแต่งอาหาร แต่งจาน หรือจัดแต่งสถานที่เติมความโดดเด่น แสดงถึงทักษะฝีมือ ฉายมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมไทย งานฝีมือไทยที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

การแกะสลักผักผลไม้ หากมองในมุมวัสดุที่นำมาประดิษฐ์สร้างสรรค์ มีความหลากหลาย อย่างเช่น พืชผักสวนครัว ที่หาได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพริก มะเขือ แตงกวา ขิง น้ำเต้า ฟักทอง ฯลฯ ขณะ กลุ่มผลไม้ ก็มีอยู่อีกไม่น้อย เช่นเดียวกับ ใบไม้ ก็สามารถนำมาสร้างสรรค์ เพิ่มความงาม ความโดดเด่นด้วยการแกะสลัก
และนอกจากวัสดุธรรมชาติที่นำมาประดิษฐ์ ยังเติมความร่วมสมัยด้วยการใช้วัสดุแปรรูปนำมาประดิษฐ์ และหากย้อนถึงงานช่างแกะสลักผักผลไม้ที่มีรูปแบบเฉพาะของไทย มีข้อมูลกล่าวถึงการจำแนกตามลักษณะการใช้งาน คือ การแกะสลักผักผลไม้สำหรับประดับสำรับอาหารคาวหวาน ส่วนใหญ่เป็นการแกะสลักผักผลไม้เลียนแบบธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ ตลอดจนรูปสัตว์ต่างๆ งานช่างแขนงนี้แสดงถึงความละเอียดละไมในการเตรียมอาหารของคนไทย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ไทย และอีกลักษณะการแกะสลักผักผลไม้ประดับพระจิตกาธาน

ชวนค้นเรื่องน่ารู้งานแกะสลัก โดย ผศ.ดร.ธนวิทย์ ลายิ้ม คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพให้ความรู้ พาค้นความลับ ความมีเสน่ห์ในงานแกะสลักผักผลไม้ที่มากกว่าความงามว่า งานแกะสลักเป็นหนึ่งในงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวพิเศษๆน่าศึกษาหลายมิติ ทั้งในด้านความงาม ความละเอียดประณีต งานแกะสลักผักผลไม้ยังช่วยฝึกสร้างสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ ซ่อนความท้าทาย โดยกว่าจะเป็นหนึ่งชิ้นงาน ต้องศึกษา ฝึกฝน
ในงานแกะสลักใช้คมมีดเป็นอุปกรณ์หลัก และจากมุมมองของคนทำงานแกะสลัก มองว่ามีดเป็นเหมือนอวัยวะหนึ่ง เป็นเหมือนกับมือของเราที่ใช้สัมผัสสิ่งต่างๆ ซึ่งการใช้มีดก็เป็นอย่างนั้น เมื่อใช้เซาะเข้าไปในเนื้อผักผลไม้ ต้องใช้น้ำหนักอย่างไรจึงเหมาะสม ความลึกของมีดต้องลงมากน้อยอย่างไร เซาะมุมไหน เพื่อเป็นแนวหรือดึงส่วนที่ไม่ต้องการออก ฯลฯ ต้องคิดวิเคราะห์ และมีความเข้าใจกับอุปกรณ์เพื่อที่จะถ่ายทอดลวดลายที่คิดตั้งใจไว้ออกมาสมบูรณ์

“การทำงานแกะสลักจึงต้องฝึกฝน ฝึกหัด เมื่อมีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นก็จะต่อยอดต่อไป เพิ่มระดับขยับขึ้นไปเรื่อยๆ เกิดเป็นความสุข ความสนุกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในงานแกะสลัก การแกะสลักผักผลไม้แม้จะใช้ผักผลไม้ได้หลายชนิด อย่างไรก็ตามก็ต้องวิเคราะห์เบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นความหนาของเปลือก หรือแรงที่กดลงไปเพื่อให้เกิดลวดลาย ฯลฯ”
ขณะที่การสร้างลวดลาย จากที่กล่าวทำได้หลากหลาย ทั้งการแกะสลักดอกไม้ นก มังกร เครื่องดนตรีไทยเหมือนจริง หรือประยุกต์สร้างสรรค์ลวดลายได้อีกมากมาย นอกจากควายสวยงามที่ปรากฏ การแกะสลักผักผลไม้ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการกินอาหาร เช่น แกะเป็นดอกไม้ เป็นใบไม้ คว้านนำเมล็ดออก หรือริ้วให้สวยงามกินได้ง่ายขึ้น ไม่ติดคอ

สิ่งสำคัญของการแกะสลักคือ ต้องเบามือ ด้วยที่ผลไม้บางอย่างอ่อนนุ่มมาก อย่างเช่น น้อยหน่า มังคุด มะละกอ ฯลฯ จะไม่ช้ำไปก่อน หรืออย่าง แตงโม แอปเปิล หัวไชเท้า รวมถึงผักต่างๆ ส่วนใหญ่จะแกะส่วนเปลือก เพื่อสร้างความสวยงาม หรือแม้แต่ ใบมะกูด ก็นำมาแกะสลักได้ โดยนำมากรีด ฉลุ นำไปตกแต่งอาหาร สัมผัสทั้งความสวยงามและยังให้กลิ่นหอม เพิ่มเติมความโดดเด่นให้กับอาหาร ฯฯ เป็นงานฝีมือที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย มีมนต์เสน่ห์และทรงพลัง
“การแกะสลักหากเป็นเครื่องอ่อนแม้จะแกะสลักได้หมดหากมีดสามารถเจาะเซาะลงไปได้ แต่ที่นิยมแกะสลักกันจะเป็นผลไม้เนื้ออ่อน ซึ่งสามารถเซาะกลีบดอกพลิ้วไหวอ่อนช้อย หรือออกแบบใส่ลวดลายต่างๆลงไปได้ง่าย อย่างเช่น มะละกอ มะม่วง ใช้ได้ทั้งผลสุกและดิบ ฝรั่ง ชมพู แคนตาลูป ฯลฯ โดยถ้ามองเรื่องวัสดุ เนื้อสัมผัส มีความหลากหลาย โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง”

นอกจากผลไม้ ผักต่างๆ นำมาแกะสลักสร้างสรรค์ความประณีต เทคนิควิธีความรู้ การแกะสลักยังนำมาประยุกต์สร้างสรรค์ได้น่าติดตามอีกหลายรูปแบบ โดยอาจแกะเป็นดอกไม้ชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาจัดช่อ หรือแกะสลักให้มีความละเอียด วิจิตรยิ่งขึ้น โดยทั้งหมดสร้างสรรค์ได้จากงานแกะสลักทั้งสิ้น บ่งบอกถึงฝีไม้ลายมือไทยที่ละเอียดอ่อน เป็นเอกลักษณ์
ผักผลไม้ที่แกะสลักความงามความประณีต จากที่กล่าวนอกจากเพื่อการตกแต่ง การแกะสลักลงบนผักผลไม้บางชนิดยังเป็น “ภาชนะ” เพิ่มความโดดเด่นให้กับอาหารโดย ผศ.ดร.ธนวิทย์ เล่าขยายเพิ่มอีกว่า ชิ้นงานแกะสลักบางครั้งก็ไม่ได้แกะแค่เป็นชิ้นๆ เป็นดอกไม้หรือลวดลายอย่างเดียว บางคนสลัก ฉลุ กะลาอ่อนมะพร้าวเป็นภาชนะใส่อาหาร นำมาใช้บนโต๊ะอาหาร นำเสนออาหารโดดเด่นยิ่งขึ้น อย่างเช่น “ใส่น้ำพริก ใส่เมนูแกง” เพิ่มมูลค่า

การแกะสลักผักผลไม้อยู่ไม่ไกลตัว จะเห็นว่าการตัดแต่ง ตนเองก็มองว่าเป็นการแกะสลัก แต่ใส่ลวดลายเพียงบางๆไม่ซับซ้อน อย่างเช่น นำมะเขือมาตัดคั่ว เซาะเล็กๆ หั่นเฉือนให้สวยงาม จัดวางเคียงกับน้ำพริกหรือแกงพร้อมรับประทาน ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นพื้นฐานก่อนก้าวไปสู่การแกะสลักเสลาที่วิจิตรยิ่งขึ้น
“ผักผลไม้สดที่นำมาแกะสลักอาจมีข้อจำกัดเน่าเสียง่ายกว่า ผู้ที่มีฝีมือที่อยากเก็บผลงานไว้อาจเปลี่ยนมาแกะสบู่ซึ่งมีความนุ่มอ่อน และสามารถเก็บรักษาผลงานได้ยาวนานกว่า ก็เป็นอีกรูปแบบการต่อยอด สร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกเพิ่มมูลค่า ทั้งนี้ผู้ที่สนใจแกะสลัก อาจเริ่มจากการทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ ฝึกจับ ฝึกใช้ รู้ว่าคมมีดอยู่ด้านไหน ใช้ให้มีความคุ้นเคยไม่กลัวการใช้มีดแกะสลัก
จากนั้นเริ่มแกะสลักจากลวดลายง่ายๆ ลายพื้นฐาน เลือกแกะลายหรือชิ้นงานที่ไม่ซับซ้อน เพื่อจะได้รู้น้ำหนักมือตนเอง หรือเริ่มจากแกะเกสรดอกไม้ ทำกลีบง่ายๆ อย่างเช่น ดอกข่า ดอกรักเร่ ฯลฯ เมื่อมีความชำนานมากขึ้น ก็เพิ่มความซับซ้อนงานแกะสลักอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เริ่มจากสิ่งที่ยากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้อถอย หมดกำลังใจ

“ปัจจุบันงานช่างแกะสลักผักผลไม้มีการสืบทอดในสถาบันการศึกษาและโรงเรียนต่างๆ มีการเรียนการสอน การประกวดและยังหาความรู้เบื้องต้นได้จากหลายช่องทางทั้งจากเว็บไซต์ หนังสือ หรือถ้าต้องการความรู้ที่เข้มข้นขึ้น คณะคหกรรมศาสตร์หลายแห่งมีการเรียนการสอน มีวิชาเรียนเฉพาะ เช่นเดียวกับที่นี่ มีการเรียนการสอน เปิดพื้นที่ให้กับการเรียนรู้เรื่องงานแกะสลัก และอีกความลับ ความงาม ของงานแกะสลักคือ คุณค่าของงานฝีมือ เป็นชิ้นเอก ชิ้นเดียวอวดฝีมือ เอกลักษณ์ของผู้สร้างสรรค์”
อีกความงาม ความลับ งานแกะสลัก งานฝีมือที่มีคุณค่าที่ชวนสืบค้นมนต์เสน่ห์ความวิจิตรที่บันทึกไว้
พงษ์พรรณ บุญเลิศ



