เมื่อวันที่ 31 ส.ค. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครนาย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.องครักษ์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอองครักษ์ [6dเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 83 หมู่ 2 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หลังขยายผลจากการตรวจยึดกัญชาได้ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา

​จากการเข้าตรวจค้นพบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลและครอบครองสถานที่ดังกล่าว ตรวจสอบภายในบ้านมีการดัดแปลงห้องและติดตั้งระบบระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสารสกัดกัญชาและกัญชาอัดแท่ง (Hashish) อย่างครบวงจร โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ ดอกกัญชาแห้ง น้ำหนักรวมประมาณ 55 กิโลกรัม, ผลิตภัณฑ์กัญชาสกัดและแปรรูป (เช่น เยลลี่ผสมกัญชา, น้ำมันกัญชา, กัญชาสกัดแผ่นแช่แข็ง), เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต (เครื่องอัดไฮดรอลิก, ตู้แช่แข็ง, เครื่องอบ, เครื่องกรองน้ำ, ถังบรรจุเอทานอล)

​จากการสอบสวน น.ส.เอ ให้การรับสารภาพว่า สถานที่ดังกล่าวลักลอบผลิตมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยผลิตทุกวัน วันละหลายสิบกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท

นอกจากนี้ยังให้การซัดทอดว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชาวต่างชาติ 2 ราย ให้มาทำหน้าที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตเกี่ยวกับการผลิตสารสกัดจากกัญชาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น สืบทราบทราบว่าเพิ่งมีการขนย้ายของกลางออกไปเป็นจำนวนมาก และเหลือเพียงของกลางบางส่วนเท่านั้น ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์กัญชาแปรรูปดังกล่าวถูกส่งกระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สมุย และภูเก็ต ซึ่งจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งทั่วไปรวมถึงมีรถมารับถึงที่ นอกจากนี้ขบวนการดังกล่าวยังมีการนำกัญชาแปรรูปใส่ในขวดยาสระผม เพื่อแอบลักลอบหิ้วออกไปยังต่างประเทศหลายประเทศอีกด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีในฐาน “ร่วมกันผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (สารสกัดกัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมทั้งควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ และเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้จ้างวานชาวต่างชาติ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.