กรมสรรพสามิตเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับเพื่อปิดช่องโหว่การลักลอบนำ “บุหรี่ส่งออก” (For Export Only) หมุนเวียนกลับมาขายหน้าร้านในประเทศไทย หลังสร้างความเสียหายต่อรายได้รัฐและผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยปีนี้จับกุมบุหรี่เถื่อนได้สูงถึง 5 แสนซอง

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เดิมบุหรี่ส่งออกจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตั้งแต่ต้นทางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน แต่กลับถูกกลุ่มคนฉวยโอกาสลักลอบนำกลับเข้ามาขายผ่านช่องทางธรรมชาติและรูปแบบกองทัพมด กรมฯ จึงปรับมาตรการใหม่เปลี่ยนเป็น “เก็บภาษีก่อน 100% แล้วค่อยขอคืนทีหลัง” เมื่อมีหลักฐานการส่งออกจริง โดยกฎหมายใหม่มีกำหนดแล้วเสร็จและเริ่มใช้จริงภายในสิ้นปี 2569

สรุปมาตรการปรับแก้กฎหมาย 3 ฉบับ

  • ร่างกฎกระทรวงการยกเว้นหรือคืนภาษีฯ (ฉบับที่ 3) & ร่างประกาศกรมสรรพสามิตฯ (ฉบับที่ 2): ยกเลิกการเว้นภาษีต้นทาง บังคับให้โรงงานจ่ายภาษีสรรพสามิตเต็มจำนวนล่วงหน้า แล้วยื่นเอกสารศุลกากรมาขอคืนภาษีภายหลัง
  • ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดประเภทสินค้าที่เสียภาษีโดยใช้แสตมป์ฯ (ฉบับที่ 2): กำหนดให้ไม่ต้องปิดแสตมป์สรรพสามิตบนซองบุหรี่ส่งออก แม้จะชำระภาษีล่วงหน้าไปแล้วก็ตาม

มาตรการเข้มสืบย้อนรอย & โครงสร้างภาษีบุหรี่

กรมสรรพสามิตผนึกกำลังกับการยาสูบแห่งประเทศไทยและหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มมาตรการสืบย้อนรอย หากตรวจพบว่าบุหรี่ส่งออกยี่ห้อใดถูกลักลอบหมุนเวียนกลับมาขายในไทยเกินเกณฑ์ที่กำหนด จะสั่งระงับและตัดยอดโควตาผู้ประกอบการรายนั้นทันที

เปิดภาระภาษีและกองทุนบุหรี่ในปัจจุบัน:

  • ภาษีสรรพสามิตตามปริมาณ: 1.25 บาท/มวน (25 บาท/ซอง)
  • ภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า: 25% (ราคาไม่เกิน 72 บาท) และ 42% (ราคาเกิน 72 บาท)
  • ภาษีบำรุงท้องถิ่น (อบจ.): สูงสุดไม่เกิน 0.10 บาท/มวน (ไม่เกิน 2 บาท/ซอง)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): 7%
  • เงินสมทบเข้ากองทุนต่างๆ (คิดจากยอดภาษีสรรพสามิต): สสส. 2%, กองทุนกีฬา 2%, กองทุนผู้สูงอายุ 2% และ ThaiPBS 1.5%