เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ก.ย. 69 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ นายสันติ จตุพันธ์ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายกฤษฎา โพธิ์ชัย นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.เศรษฐศักดิ์ ศรีดี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ โพธิรุกข์ สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ นำกำลังฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังกวาดล้างยาเสพติดเปิดยุทธการ “พิฆาตยาเสพติด” และปฏิบัติการ “ไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้า”
ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการบูรณาการทุกหน่วยงานภายใต้เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่กวาดล้างเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากเบาะแสการข่าวเชิงลึก และข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ผ่านสายด่วนผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 1567 และสายด่วนผู้การกาฬสินธุ์ 191

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมกันหลายจุด จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายอนันท์ กาฬโอฆะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 11 ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ของกลางยาบ้า 100 เม็ด และเงินสด, 2.นายนพพล ถิ่นวิมล อายุ 37 ปี ชาว ต.บึงวิชัย อ.เมืองกาฬสินธุ์ ของกลางยาบ้า 73 เม็ด 3.นายสุทารัตน์ หมูสุวรรณ อายุ 40 ปี ชาว ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมขยายผลจับกุมผู้เสพ 2 ราย คือนายพิชญะ หมีพิต อายุ 18 ปี ชาว ต.กลางหมื่น อ.เมืองกาฬสินธุ์ และนายบุญรอด ทัดศรี อายุ 55 ปี ชาว ต.ลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก ก่อนคุมตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้มีเหตุสะเทือนใจเกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหา มีหญิงวัยเกือบ 65 ปี ซึ่งเป็นแม่ของหนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนจะร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ พร้อมเข้าโผกอดผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ โดยรู้สึกเสียใจ ที่ไม่ได้ดูแลลูกให้ดี เพราะทำงานหาเช้ากินค่ำ “พร้อมกล่าวขอบคุณท่านผู้ว่าฯ และผู้การกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองที่มาช่วยเหลือ พาลูกชายออกจากวงจรยานรก” ยินยอมให้ลูกได้ไปรับโทษเพื่อชดใช้กรรมตามกฏหมายต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสะเทือนใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
ด้านนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จ.กาฬสินธุ์ จะยังคงเดินหน้าลุยกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง วันนี้ตนและท่านผู้การกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และพลเมืองดีทุกท่านที่ร่วมกันแจ้งเบาะแสผู้เสพ ผู้ค้า ในทุกพื้นที่จากสายด่วนผู้ว่าฯ 1567 สายด่วนผู้การตำรวจ 191 และจากทุกช่องทาง ขอยืนยันว่า จ.กาฬสินธุ์ จะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ บูรณาการทุกภาคส่วนปฏิบัติการ “ปิดล้อม-ตรวจค้น-กวาดล้างยาเสพติด” อย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ทั้งนี้ปัญหายาเสพติดจะหมดไปหรือทุเลาลง นอกจากหน่วยงานรัฐแล้ว ที่สำคัญที่สุดต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ทุกคน ร่วมกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล หากพบเห็นเบาะแสยาเสพติดสามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง “คุณแจ้ง เราจับ” สายด่วนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 1567 สายด่วนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ 191 สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. 1386 หรือผ่านทางเพจ Facebook : ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ และขอยืนยันว่าข้อมูลของท่านถูกเก็บเป็นความลับสูงสุดตามกฎหมาย
ขณะที่ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ย้ำว่า ตำรวจกาฬสินธุ์จะยังคงบูรณาการกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยหนัก ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม จับกุม ผู้ค้า ผู้เสพ ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ถือเป็นด่านสกัดที่สำคัญ เพราะสามารถจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้หลายราย และที่สามารถสกัดยาบ้าที่มีการลักลอบมาจากแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนกระจายเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในหลายๆจังหวัดได้จำนวนมาก นอกจากนี้คดีอุกฉกรรจ์ และคดีสำคัญในพื้นที่ยังสามารถติดตามกับกุมผู้ก่อเหตุได้ทุกคดี ซึ่งตำรวจกาฬสินธุ์จะยังคงเดินทางปฏิบัติการอย่างเข้มข้นต่อไป



