เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ บก.สอท.1 นายศิรวริศ สวนแก้ว หรือทนายหมู เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 หลังได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ใช้ Facebook ชื่อ “มานิกา ส.พันธุ์” กรณีเผยแพร่เนื้อหาที่อันเป็นเท็จ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง นายศิรวริศ เน้นย้ำว่าเป็นกระบวนการรักษาสิทธิ ชื่อเสียง และความเป็นธรรมตามกฎหมาย พร้อมให้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและรับเรื่องไว้แล้ว โดยจะเร่งตรวจพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อดำเนินการเชิญตัวมาสอบปากคำตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต้นโพสต์มาจากการโพสต์แสดงความเห็นในเชิงว่า การที่อิสราเอลได้สัญชาติไทย เกี่ยวเนื่องจากมติ ครม. สมัยรัฐบาลแพทองธาร วันที่ 29 ต.ค. 67 ปลดล็อกการให้สัญชาติได้ง่ายขึ้น ซึ่งนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า มติ ครม. ดังกล่าว เป็นไปเพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์

นายศึกษิษฏ์ โพสต์ X ว่า “เรื่องนี้เป็นข่าวปลอมที่จงใจกล่าวหากันร้ายแรงมาก ผมขอย้ำอีกครั้งครับว่า สมัยนายกฯ แพทองธาร ได้ให้สัญชาติกลุ่มชาติพันธุ์ ยุติสภาวะไร้รัฐของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมแผ่นดินไทยของเรามายาวนาน โดยต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสอบอย่างเข้มงวด คือ 1.เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทยมาแต่อดีตและราชการทำทะเบียนไว้แล้ว อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อนๆ และ 2.ลูกของบุคคลกลุ่มที่ 1 ซึ่งเกิดในไทย ใช้ภาษาไทย เป็นคนไทยบนพื้นที่ชายขอบ บนภูเขา ทุกภูมิภาค ไม่ใช่คนต่างด้าวชาติอื่นภาษาอื่น นโยบายดังกล่าวได้รับการยกย่องจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ชื่นชมความสำเร็จของการช่วยเหลือ คุ้มครอง หาทางออก แก้ปัญหามนุษยธรรม และถือว่าไทยเป็นผู้นำการแก้ปัญหาไร้รัฐไร้สัญชาติ ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบโดยเจ้าหน้าที่ทุจริต และทำให้ติดตาม ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ว่าใครยื่นคำร้อง ใครเป็นผู้รับรอง

หากมีความผิดพลาดก็สามารถสอบสวนย้อนกลับได้ อยากจะให้ทุกท่าน ช่วยกันตระหนักรู้ แยกแยะความสำคัญระหว่างนโยบายการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นคนไทยบนแผ่นดินไทยเรา กับการเข้มงวดกวดขันเอาผิดกับการทุจริตปลอมสัญชาติของอาชญากรต่างชาติ ไม่นำเอาข่าวเท็จ เรื่องโกหก มาโจมตีทางการเมืองโดยไม่ตรวจสอบก่อน สร้างความแตกแยกและยังอาจเป็นการดูถูกกล่าวหาพี่น้องชาติพันธุ์ด้วยครับ”