ท่านว่าการบริหารรัฐกิจจะยึดเพียง “ถูกต้องตามหลักกฎหมาย” นั้นไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่กฎหมายไม่ครอบคลุม คือ “หลักจริยธรรม” ถึงบางเรื่องจะไม่ผิดกฎหมาย แต่มีคำถามว่า “ควรทำหรือไม่ ผิดจริยธรรมหรือเปล่า”
จุดอ่อนของธรรมาภิบาลในระบบราชการ คือ 1.ไม่เริ่มจากการวิเคราะห์ความเสี่ยง ขาดระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบและถ่วงดุลได้ 2.มีกฎระเบียบทางราชการซับซ้อน เป็นระบบอุปถัมภ์ เปิดให้ใช้ดุลพินิจเป็นช่องทางคอร์รัปชัน 3.ขาดเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน เน้นเพียงการเบิกจ่ายงบประมาณให้ครบ มากกว่าการวัดผลลัพธ์ที่ประชาชนได้ประโยชน์ 4.ขาดการระบุผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน ไม่มี SOP ที่ระบุบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ พอมีปัญหาหาคนผิดไม่ได้

ถ้าจะยกระดับธรรมา ภิบาลภาครัฐ ให้เทียบเท่า OECD จะต้อง 1.ยกระดับการความโปร่งใสข้อมูลสาธารณะ เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณโครงการ ด้วยระบบดิจิทัลที่ประชาชนใช้ AI ประมวลผล ตรวจสอบความผิดปกติได้ทันที 2.ยึดหลักจริยธรรมเหนือข้อกฎหมาย สร้างมาตรฐานขั้นตอนการทำงาน (SOP) ประเมินความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (COI) อย่างเข้มงวด 3.สร้างระบบการจัดการข้อร้องเรียน Whistle Blowing ที่ได้มาตรฐานสากล มีการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ดำเนินการสอบสวน และลงโทษอย่างเป็นธรรมเปิดเผย
อย่ามัวภูมิใจกับคะแนน ITA ของ ป.ป.ช. ที่หน่วยงานของรัฐได้กันเกือบเต็มร้อย ประกาศรางวัลทีไรประชาชนหัวเราะในใจ สวนทางคะแนน CPI ที่จัดอันดับโดยองค์กรนานาชาติ ที่เราเคยได้สูงสุดอันดับที่ 76 ปัจจุบันร่วงไปที่อันดับ 116 แล้ว
ในยุคที่งบประมาณจำกัด ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ไม่มีรั่วไหล คอร์รัปชัน เงินทอน เรื่องธรรมาภิบาลภาครัฐนี้ ต้องรีบทำทันที และในใจของท่านนายกฯ คงอยากทำให้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน จะได้ไม่ต้องตอบสื่อรายวัน.



