กรณีที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ นายกเฮง หลังเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไปถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้รับการรายงานเบื้องต้นมี 2 ราย อาจเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินคดีในภาพรวมไปแล้ว ส่วนอธิบดีดีเอสไอ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ตามลำดับต่อไป ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ดีเอสไอ ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จนท.เอี่ยวสอบทุจริตท้องถิ่น ก๊วน ‘นายกเฮง’

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ทางนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการเปิดเผยตำแหน่งย่อและคำใบ้ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่อาจไปเกี่ยวข้องกับกรณีการโกงสอบท้องถิ่นภายในจังหวัดศรีสะเกษ และอาจเชื่อมโยงกับนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ นายกเฮง ว่า มีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ระดับซี 8-ซี 9 หรือ ยศ พ.ต.ท. นั้น ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นำโดย พ.ต.ต.สตพงษ์ เชื้อมหาวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านปฏิบัติการพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องด้วยเบื้องต้นพบพยานหลักฐานซึ่งเป็นแชตข้อความภายในแอปพลิเคชันไลน์ โดยเป็นการพูดคุยกันระหว่าง นายพิบูล ฝ่ายดี อดีตนายกเทศมนตรี ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร และนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง โดยเป็นการพูดคุยกันความยาวราว ๆ หน้ากระดาษ A4 จำนวน 20 แผ่น

ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการทวงเงินกับทางนายประวิทย์ (นายกเฮง) และพบว่านายประวิทย์ มักจะมีการผัดวันประกันพรุ่ง และอ้างว่าเดี๋ยวตนเองจะไปติดตามทวงถามให้ได้แน่นอน จนมีแชตไลน์ห้วงหนึ่งของบทสนทนา พบว่าทางด้านนายประวิทย์ (นายกเฮง) ได้มีการส่งภาพเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายหนึ่ง อักษรย่อ ว. ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวการถือเงินไว้ และตามด้วยข้อความชื่อ-สกุล และตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ดีเอสไออีกรายหนึ่ง มียศ พ.ต.ท. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ไปให้นายพิบูล เพื่อการันตีว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำแหน่ง พ.ต.ท. รายนี้สามารถติดตามทวงถามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อักษรย่อ ว. ได้แน่นอน

อย่างไรก็ดี เมื่อตรวจสอบเนื้อหาการพูดคุย ก็ไม่พบว่า พ.ต.ท. … ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษรายนี้ ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่เป็นการถูกพูดถึงจากฝั่งของนายกเฮงเองว่า พ.ต.ท. … ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษรายนี้เป็นคนจริง เป็นคนตงฉิน ที่จะสามารถไปติดตามทวงถามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อักษรย่อ ว. เกี่ยวกับเรื่องเงินให้ได้ คาดว่าพฤติการณ์ของนายกเฮง คงเป็นการพูดคุยในลักษณะกดดันว่าจะทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไออักษรย่อ ว. ยอมเสียที เพราะก่อนหน้านี้ นายกเฮง ได้อ้างกับนายพิบูล การันตีว่าตนเองสามารถช่วยเหลือผู้สมัครทั้ง 5 รายที่ฝากมา ให้สอบผ่านเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ ทำให้นายพิบูล จึงได้มอบเงินสดจำนวน 2,150,000 บาท ให้แก่นายกเฮง เพื่อช่วยฝากผู้สมัครจำนวน 5 ราย แต่เมื่อประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการ กลับไม่มีรายชื่อของผู้สมัครทั้ง 5 รายตามที่ตกลงกันไว้ นายพิบูลจึงตัดสินใจแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อนายกเฮง

แหล่งข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยอีกว่า เบื้องต้นทราบว่าทางชุดสืบสวนของดีเอสไอ เรื่องสืบสวนที่ 87/2569 ได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ยศ พ.ต.ท. … ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษรายนี้เรียบร้อยแล้ว และได้รับข้อมูลมาว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ยศ พ.ต.ท. … ที่ถูกนายกเฮงส่งชื่อ-สกุล ตำแหน่งไปแอบอ้างกับนายพิบูลในแชตไลน์นั้น ไม่ได้มีความรู้จักเป็นการส่วนตัว หรือสนิทสนมกับนายกเฮงเลย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการที่นายกเฮงนำไปแอบอ้างชื่อเอง โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง พร้อมยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 100% ไม่มีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่นใดทั้งสิ้น ไม่เคยเข้าไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จึงต้องขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วย ส่วนกรณีของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อักษรย่อ ว. ที่ถูกนายกเฮงอ้างถึงในแชตไลน์ ก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นการถูกแอบอ้างชื่อเช่นเดียวกัน หรือมีข้อเท็จจริง พยานหลักฐานส่วนใดบ่งชี้พฤติการณ์เรื่องเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบท้องถิ่นจริงหรือไม่ จึงต้องขอระยะเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของดีเอสไอ ในการค้นหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานให้เกิดความชัดเจนรอบด้านก่อน ซึ่งจะมีความคืบหน้าตอบสังคมได้อย่างแน่นอน

แหล่งข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยต่อว่า ที่ผ่านมาในการสอบสวนปากคำพยานของชุดสืบสวนดีเอสไอในคดีโกงสอบท้องถิ่น พบข้อมูลว่าในส่วนของนายประยูร เดชหาญ หรือ นายกยูร อดีตนายก อบต.ผือใหญ่ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ และนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นมือขวาของนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ นายกเฮง โดยมีการให้การซัดทอดว่า ทั้งคู่มีการไปเก็บกินค่าหัว แล้วส่งเงินและจัดทำยอดแสดงบัญชีส่งต่อให้นายกเฮง

แหล่งข่าวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เผยด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีการสืบสวนข้อมูลของดีเอสไอ หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับผู้ต้องหาในสำนวนของ ป.ป.ช. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่นั้น ทางดีเอสไอก็จะต้องทำการสรุปเรื่องสืบสวนของตัวเอง เพื่อส่งต่อให้กับทางสำนักงาน ป.ป.ช. ในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561.