จากกรณีเหตุนักเรียนชายชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำตัวของพ่อที่รับราชการตำรวจ บุกลั่นไก 8 นัดภายในโรงเรียน กระสุนถูก รปภ. เฉี่ยวบริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาระงับเหตุไว้ได้ โดยพบข้อมูลการค้นหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และการดูคลิปเหตุกราดยิงในโทรศัพท์ของผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีการรักษาอาการซึมเศร้ารุนแรงที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร และอยู่ระหว่างหยุดเรียนประมาณ 2 สัปดาห์ โดยที่พ่อและแม่แยกทางกัน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่เด็กไว้วางใจ ได้ร่วมกันพูดคุยกับเด็กชายเพื่อประเมินสถานการณ์และสภาพจิตใจ พบว่าวันเกิดเหตุ เด็กชายผู้ก่อเหตุเดินจากบ้านแม่ไปยังบ้านพ่อ ขณะที่พ่อนอนพักหลังออกเวรสายตรวจผลัดดึก ผู้ก่อเหตุใช้ค้อนทุบกระจกรถยนต์ของบิดา แล้วนำอาวุธปืนพร้อมแมกกาซีน 2 แม็ก และกระสุนประมาณ 20 นัด ออกจากรถ แล้วเดินเท้าไปยังโรงเรียน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
เมื่อเดินทางมาถึงโรงเรียนในเวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ก่อเหตุเดินผ่านประตูด้านหน้า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ เมื่อ รปภ. เห็นอาวุธปืนและพยายามเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิง 1 นัด กระสุนเฉี่ยวบริเวณลำคอ ทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเล็กน้อย
ด่วน! นักเรียนพกปืน 9 มม. เข้ามาในโรงเรียนกำแพงเพชร ลั่นไก 7-8 นัด เจ้าหน้าที่คุมตัวได้-ไร้เจ็บ
โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงไปตามจุดต่างๆ ภายในโรงเรียน และเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานครูหญิงรายหนึ่ง ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในห้อง 1 นัด โดยมีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุพยายามตามหาครูหญิงดังกล่าว เชื่อว่าเป็นคนที่นำข้อมูลเกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาทของตนเองไปเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สังเกตว่า เด็กชายมีอาการตื่นตระหนกและมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยกันพูดคุยเพื่อให้เด็กสงบลง กระทั่งสามารถพูดคุยถึงปมปัญหาที่นำไปสู่เหตุการณ์ได้ โดยพบว่าเป็นเรื่องที่เด็กมีความรู้สึกอัดอั้นและสะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ขณะที่แม่ของเด็กผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกมีความเครียดจากการถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเป็นประจำ จนขอให้พาไปพบแพทย์และรับยามารักษา โดยหลังจากรับยาอาการมีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้แยกทางกันอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ลูกเกิดความรู้สึกเสียใจและมีความกดดัน
“ช่วงที่ผ่านมา ลูกชายขอมาอาศัยอยู่กับตนเองประมาณ 2 สัปดาห์ เนื่องจากรู้สึกเครียดเมื่ออยู่กับพ่อ ขณะเดียวกันในช่วงที่หยุดเรียน ลูกชายยังแสดงความต้องการกลับไปเรียนและพบเพื่อน เพราะไม่ต้องการเรียนอยู่ที่บ้าน” ผู้เป็นแม่ กล่าว
อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบโทรศัพท์มือถือของผู้ก่อเหตุ มีประวัติการสั่งซื้อค้อนสำหรับทุบกระจก ขณะที่ใน YouTube พบการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานอาวุธปืน และดูคลิปเหตุกราดยิงต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังให้ข้อมูลว่าเล่นเกม Roblox
โดยผู้ก่อเหตุยังเคยโพสต์หรือส่งข้อความพูดคุยกับเพื่อนในลักษณะว่าจะนำปืนมายิงในโรงเรียน แต่เพื่อนไม่คาดคิดว่าจะนำไปสู่การก่อเหตุจริง จนกระทั่งข้อความดังกล่าวหลุดออกไปและสร้างความแตกตื่น
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การว่า มีเป้าหมายต้องการใช้อาวุธปืนยิงครูหญิงรายหนึ่งเพียงคนเดียว เนื่องจากเชื่อว่าครูคนดังกล่าวนำข้อมูลเกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาทของตนไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น แม้จะได้รับการชี้แจงว่าเป็นการเตือนและป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
เบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาใน 4 ฐานความผิด ได้แก่ “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร”
ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มีคำสั่งให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน และปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ชั่วคราว เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับนักเรียนและบุคลากร ก่อนพิจารณาแนวทางกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติต่อไป.



