เมื่อเวลา​ 10.20 น.​ วันที่ 4 ก.ย. ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึง​การวางกรอบขออนุญาต​ประกอบ​กิจการดาต้า​เซ็นเตอร์​ เนื่องจากยังมีช่องโหว่ทางกฎหมาย ที่ไม่มีรูปแบบการจดแจ้งอาคารเพื่อการนี้ ว่า​ ตอนนี้เราตั้งคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้เปิดการประชุมและมอบนโยบาย ซึ่งนายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง​ ในฐานะประธาน จะนำไปประมวล และออกมาเป็นระเบียบรวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกความกังวลของประชาชนได้รับการพิจารณา และจะทำให้ทุกประเด็นมีความเป็นธรรมมากที่สุด

เมื่อถามว่า มองถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทย​จะมีเป็นศูนย์ของรัฐบาล และจะแล้วเสร็จเมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ความจริงเขาทำตลอดอยู่แล้ว และขณะนี้ไม่ได้มีการอนุมัติโครงการใหม่ๆ  ส่วนโครงการที่อนุมัติไปแล้ว ต้องปล่อยให้เขาดำเนินการไป ซึ่งส่วนใหญ่โครงการที่อนุมัติไปแล้วไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีแหล่งพลังงาน แหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย

แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้คือ การขออนุญาตไว้ก่อน ทั้งเรื่องการขอใช้ไฟฟ้า การขอใช้น้ำ และขอใบอนุญาต แล้วหวังว่าจะนำมาทำการค้าในเชิงพาณิชย์ มาเก็งกำไร ซึ่งเราคงไม่ให้ แต่จะให้เฉพาะคนที่มีความพร้อม พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นมา ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ประเทศไทยต้องให้การสนับสนุน และมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่จะทำให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีทางด้านเอไอขั้นสูง

เมื่อถามอีกว่า มีการลักลอบตั้งดาต้า​เซ็นเตอร์​ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในหลายพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า คือคำว่าลักลอบ ลักลอบก็ต้องโดน ใครไปลักลอบเปิดก็ต้องถูกปิดแค่นั้นเอง​ เพราะคำว่าลักลอบคือผิดกฎหมาย คนที่จะมาทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกกฎหมาย ​ คนที่ทำผิดกฎหมาย คือพวกขุดบิตคอยน์ ซึ่งเป็นดาต้า​เซ็นเตอร์​อย่างหนึ่งที่ลักลอบใช้ไฟฟ้า ต่อสายตรง พยายามตั้งนอกพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม นอกกรุงเทพฯ นอกเมืองใหญ่ๆ และใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่กินไฟ และยังมาขโมยไฟใช้อีก ซึ่งเราต้องพยายามปราบปรามอย่างเด็ดขาด