เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา โรงกษาปณ์สหรัฐ เปิดจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกมูลค่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.91 บาท) ซึ่งด้านหน้าเป็นภาพใบหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศสหรัฐในปีนี้ การออกเหรียญครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ที่มีภาพบุคคลซึ่งยังมีชีวิตอยู่ปรากฏบนสกุลเงินของสหรัฐ


การนำภาพผู้นำที่ยังดำรงตำแหน่งมาอยู่บนเหรียญกษาปณ์ ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปี หรือ “เซมิควินเซนเทนเนียล” (Semiquincentennial) เท่านั้น แต่ยังมีนัยทางการเมืองที่ชัดเจน

เหรียญดังกล่าวถูกมองว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในสมัยที่สองของทรัมป์ ที่จะทิ้งร่องรอยชื่อและภาพลักษณ์ของตนไว้ตามหน่วยงาน อาคาร และเอกสารสำคัญของรัฐบาล เพื่อสร้างมรดกทางการเมืองของตนเอง


นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การออกเหรียญมีเป้าหมายเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความแข็งแกร่งของค่านิยมอเมริกันและคำมั่นสัญญาเรื่องเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลับเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเหรียญกษาปณ์ ซึ่งมีสมาชิกจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน

คณะกรรมการปฏิเสธที่จะพิจารณาแบบเหรียญดังกล่าว เมื่อปีที่แล้ว พร้อมเตือนว่าการนำภาพประธานาธิบดีที่ยังดำรงตำแหน่งมาไว้บนสกุลเงิน ขัดต่อบรรทัดฐานทางประชาธิปไตย


ตามธรรมเนียมและแนวทางที่ปรากฏในประมวลกฎหมายสหรัฐ การใช้ภาพบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่บนสกุลเงินและหลักทรัพย์ของสหรัฐ ถือเป็นสิ่งต้องห้าม หลักการดังกล่าวมีรากฐานมาจากยุคอาณานิคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างสาธารณรัฐอเมริกันกับระบอบกษัตริย์ของสหราชอาณาจักร ที่ในอดีตนิยมใช้พระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ซึ่งยังทรงมีพระชนม์ชีพ ให้อยู่บนเงินตรา


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของทรัมป์สามารถเดินหน้าผลิตเหรียญรุ่นนี้ได้ โดยอาศัยการตีความกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกเหรียญฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐ ซึ่งผ่านออกมาในปี 2563 และกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจกระทรวงการคลังผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์สหรัฐรุ่นพิเศษสำหรับวาระครบรอบ 250 ปีในปี 2569


ข้อสำคัญคือ กฎหมายกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับการปรากฏภาพบุคคลบน “ด้านหลัง” ของเหรียญ แต่ไม่ได้ระบุข้อห้ามในลักษณะเดียวกันสำหรับ “ด้านหน้า” ฝ่ายบริหารจึงออกแบบให้ภาพใบหน้าของทรัมป์อยู่ด้านหน้า ขณะที่กฎหมายยังเปิดช่องให้รัฐมนตรีคลังมีอำนาจอนุมัติการผลิตเหรียญพิเศษในบางกรณี ทำให้สามารถเดินหน้าผลิตได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของกฎหมาย


ในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีประธานาธิบดีซึ่งยังมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวก่อนหน้านี้ ที่เคยปรากฏบนเหรียญกษาปณ์ นั่นคือประธานาธิบดีแคลวิน คูลิดจ์ ซึ่งปรากฏบนเหรียญครึ่งดอลลาร์สหรัฐ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2469 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของประเทศ


แม้จะถูกเรียกว่าเป็น “เหรียญดอลลาร์สีทอง” แต่เหรียญรุ่นนี้ไม่ได้ทำจากทองคำ โดยสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตัวเหรียญมีแกนทองแดงเคลือบด้วยสังกะสี 6% แมงกานีส 3.5% และนิกเกิล 2% ด้านหน้าประกอบด้วยภาพใบหน้าของทรัมป์ พร้อมข้อความ “LIBERTY” และ “IN GOD WE TRUST” รวมถึงตัวเลข “1776 ~ 2026” ส่วนด้านหลังเป็นตราประทับประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมรูปนกอินทรีและตัวเลข “250”


โรงกษาปณ์สหรัฐไม่ได้จำหน่ายเหรียญแยกเป็นรายชิ้น แต่กำหนดให้ซื้อเป็นม้วนจำนวน 25 เหรียญ ในราคา 61 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,007.69 บาท) หรือแบบถุงจำนวน 100 เหรียญ ราคา 154.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,085.06 บาท) นอกจากนี้ ยังมีการสุ่มแจกเหรียญจำนวน 250,000 เหรียญ ที่ประทับตราพิเศษ “July 4th” ซึ่งผลิตขึ้นในวันชาติสหรัฐ


การเปิดตัวเหรียญดังกล่าวก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่แตกแยกในสังคมอเมริกันอย่างชัดเจน กลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเหรียญเป็นของสะสมสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของความรักชาติ ความภาคภูมิใจ และการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของสหรัฐ ภายใต้การนำของทรัมป์ กระแสความสนใจยังทำให้ยอดสั่งซื้อบนเว็บไซต์ของโรงกษาปณ์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบประสบปัญหาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดจำหน่าย


ในทางตรงกันข้าม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมืองและกลุ่มผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมองว่า การนำภาพทรัมป์มาไว้บนเหรียญเป็นสัญญาณของความพยายามสร้าง “ลัทธิบูชาตัวบุคคล” และขัดกับแนวคิดดั้งเดิมของบรรดาบิดาผู้ก่อตั้งประเทศ โดยเฉพาะนายจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ ซึ่งเคยปฏิเสธแนวคิดการนำภาพของตนเองขึ้นบนสกุลเงิน ฝ่ายวิจารณ์บางส่วนจึงเรียกร้องให้ประชาชนคว่ำบาตร และปฏิเสธการรับเหรียญดังกล่าวในการทำธุรกรรมทั่วไป


เดิมทีวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐ ถูกคาดหวังให้เป็นช่วงเวลาแห่งการรวมชาติและเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ร่วมกันของชาวอเมริกัน แต่การผลักดันเหรียญที่มีภาพของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน กลับทำให้วาระสำคัญดังกล่าวถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและอุดมการณ์


การที่ฝ่ายบริหารเลือกใช้ช่องทางการตีความกฎหมายเพื่อเดินหน้าผลิตเหรียญ แม้เผชิญคำทักท้วงจากคณะกรรมการที่ปรึกษา ไม่เพียงสะท้อนถึงการท้าทายจารีตทางการเมืองที่ดำรงมายาวนาน แต่ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจฝ่ายบริหารและบรรทัดฐานของสถาบันรัฐ


เหรียญ 1 ดอลลาร์สหรัฐ รูปทรัมป์จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่มีมูลค่าทางการเงินหรือของสะสม หากยังทำหน้าที่เสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนภูมิทัศน์ทางการเมืองของสหรัฐในปี 2569 ซึ่งเต็มไปด้วยความแตกแยก การท้าทายธรรมเนียมเดิม และการช่วงชิงพื้นที่ในหน้าประวัติศาสตร์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS