หากพูดถึงจ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี และโรงหล่อพระ จ.พิษณุโลก แล้ว ถือว่าเป็นศิลปาจารย์ ผู้สืบทอดการหล่อพุทธศิลป์พระพุทธรูปมาจากผู้เป็นบิดา จนได้รับเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ – ช่างปั้น หล่อ) ประจำปี พ.ศ. 2566 จากการสร้างสรรค์ผลงานพุทธศิลป์มาอย่างยาวนาน และได้สืบทอดรุ่นต่อรุ่นสู่รุ่นลูกๆ โดยเฉพาะ นายธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์  หรือ ไก่ จ่าทวี บุตรชาย ที่ได้เข้ามาดูแลพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี  และล่าสุดได้ปรับปรุงบ้านให้เป็นสถานเรียนรู้ “บ้านธรรมสถิตย์” ขึ้นเพื่อสืบสานมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมไทย อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านพุทธศิลป์การปั้น – การหล่อพระพุทธรูป และเพื่อเป็นศูนย์ฝึกทักษะวิชาชีพ ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ให้แก่เด็กๆเยาวขน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงคุณค่า และร่วมภาคภูมิในศิลปะประจำชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

นายธรรมสถิตย์  บูรณเขตต์ เล่าว่า คุณพ่อมีลูก 6 คน ทั้งเกือบหมดที่ประกอบอาชีพ พุทธศิลป์ เพื่อสืบสานปณิธานของพ่อ สมัยก่อนเราทำงานด้วยกัน พอโตขึ้นต่างคนต่างมีครอบครัว ก็เลยแยกไปทำงานที่แต่ละคนถนัด  พวกเราเห็นสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เกิด มีความผูกพัน มีความรัก มีความถนัดในอาชีพแบบนี้ เราก็เลยมีการสืบสานต่อยอด โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีความเจริญมาก พัฒนาไปไกลมาก จนเราสามารถที่จะผลิตชิ้นงานที่มีความงดงาม สวย เหมือนองค์จริง และมีเทคโนโลยีที่ทำให้มีความคมชัด มีมิติมากยิ่งขึ้น โดยปรับปรุง เรื่องราวต่างๆขององค์พระ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของตาพระ ที่เราใช้เปลือกหอยมุกไฟ ที่นำมาจากภูเก็ต หรือ ตาดำ ใช้จากนิลธรรมชาติ นำมาจากอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี การใช้ทับทิมสยามจากจังหวัดจันทบุรี มาประดิษฐ์อุณาโลมหรือมาประดิษฐ์ที่บริเวณฐานขององค์พระพุทธชินราชจำลอง  การที่เรานำเซรามิคเรซิ่นหรือยาเย็น มาลงในลวดลาย ก็ทำให้ลวดลายมีความคมชัดมากขึ้น ประกอบกับเทคนิค นวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการลงยาบริเวณ ท้าวเวสสุวรรณ และอาฬวกยักษ์ ให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้น หรือการติดป้ายลงยาที่ทำให้องค์พระมีความสวยงามมากขึ้น สามารถสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ในยุคปัจจุบัน ทำให้ความนิยมของพระพุทธชินราชจำลองของจังหวัดพิษณุโลกแพร่หลายในประเทศไทยทุกคนมาเช่าบูชาพระจากเมืองพิษณุโลก ที่สำคัญคือในปัจจุบันโลกของเทคโนโลยีก้าวไกลมาก การที่มีการโพสต์ การแชร์ การไลฟ์สด ทำให้มองเห็นทั่วโลก ทำให้กลุ่มผู้ที่ศรัทธาไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจากทั่วโลก เข้ามาบูชาพระของเรา โดยผ่านจากหลายช่องทางด้วยกัน และยิ่งเดี๋ยวนี้มีการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการขอนำพระออกนอกประเทศต้องเป็นพระใหม่เท่านั้น โดยมีบริษัท หรือ shipping ที่รับจ้างทำพวกนี้ คุยรายละเอียดกัน โอนเงินมาพร้อมค่าส่ง พร้อมค่าดำเนินการอนุญาต เราสามารถทำได้หมดแล้วสามารถรับของได้ภายใน 1 เดือน  แต่ถ้าในทวีปเอเชีย อย่าง ประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ใช้เวลาเพียง 15 วันก็สามารถส่งถึงมือลูกค้าแล้ว  การเชื่อมโลกด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้พระพุทธรูปเหล่านี้ของเราแพร่หลายออกไป แล้วปรากฏว่าคนเห็นเยอะ ทำให้มีการเช่าบูชาเยอะขึ้น  พระพุทธชินราชสกุลช่างพิษณุโลกจ่าทวี เป็นอีก 1 แหล่ง ที่มีคนเข้ามาบูชาเยอะมาก จนเราไม่สามารถผลิตได้ทัน เพราะว่าการทำงานแบบศิลปิน ทำต่างจากพุทธพาณิชย์ตรงที่ว่า การทำงานแบบนี้เราทำงานด้วยอุดมการณ์ ด้วยใจ ไม่ได้หวังผลกำไรอะไร  งานบางชิ้นเราแก้ 3 ครั้ง 4 ครั้ง 6-7 ครั้ง เราก็ต้องแก้ จนกว่าผลงานจะได้ดีจริงๆเราจึงจะปล่อยออกไป

นายธรรมสถิตย์ กล่าวต่อว่า การเปิดบ้านธรรมสถิตย์ แห่งนี้ คือความมุ่งมั่นในการทำชิ้นงานรังสรรค์พระพุทธชินราชจำลอง จนประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงต่อไป คือ การให้  การให้ในที่นี้ ผมไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่ ส.ส. แต่ผมเป็นเพียงช่างพุทธศิลป์คนหนึ่ง ที่มีอุดมการณ์ มีความคิดเป็นของตนเอง ที่สำคัญพออายุมากขึ้น ปีนี้อายุ 60 ปีแล้วก็อยากถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆประสบการณ์ต่างๆในการทำงาน  ให้กับเยาวชนคนของชาติ หรือคนทั่วไปที่เห็นว่าวิธีการทำงานของเรา มันไม่ได้ง่าย   เหมือนเรียนถ่ายภาพ บางคนก็บอกว่า การถ่ายภาพเพียงแค่โฟกัสให้ชัด ก็กดชัตเตอร์ แต่จริงๆถ้าเราไปศึกษาบทแรกในการถ่ายภาพ เราอาจไม่ผ่านก็ได้ เพราะมันยากมาก เช่นเดียวกับพุทธศิลป์ ถ้าเราจะทำให้ดี หรือทำให้สวย มันต้องทำจากใจ ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่จะทำแล้วมันจะขาดทุนไหม อะไร ไหม อย่าไปคิด พอมาถึงวันนี้ ก็คิดต่ออยากเผยแพร่ความงดงามของพระพุทธชินราช ที่เราหากินมาทั้งชีวิตให้เผยแพร่ความงดงามขององค์พระพุทธชินราชไปทั่วสารทิศ ให้คนได้รู้จักความงดงามของพระพุทธชินราช รวมทั้งเป็นผู้ที่สืบสาน ต่อยอด ต่อจากคุณพ่อและต่อจากคุณปู่ มาเป็นเจน ที่ 3  ซึ่งอยู่ในยุคของเรา สร้างสรรค์ผลงานตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในเมืองไทย  พอถึงวันนี้ สืบสานต่อยอด พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว ก็อยากเป็นผู้ให้ ในที่นี้หมายถึงให้พุทธศิลป์ ให้ความงดงามของศิลปะของช่างเมืองพิษณุโลกเผยแพร่ไปให้ทุกคนรู้จัก และชอบในพุทธศิลป์ที่เราได้ทำอยู่

ถือว่าเป็นการพัฒนางานพุทธศิลย์สกุลช่าง ที่งดงามอย่างต่อเนื่องจากรุ่นต่อรุ่น ของนายธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ ทายาทผู้สืบทอดของจ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ช่างปั่นหล่อ) ประจำปี 2566 ซึ่งหากท่านใดสนใจอยากไปเที่ยวชมหรือ ศึกษาแหล่งเรียนรู้ และเป็นคลังสมองด้านพุทธศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรมที่รวบรวมองค์ความรู้สำคัญของเมืองสองแคว ก็สามารถไปชมกันได้ที่ “บ้านธรรมสถิตย์” เลขที่ 26/32 ถนนบงกชรัตน์อุทิศ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หรือสามารถสอบถาม  081-8862886

//////////////