ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกใต้กลับมาทวีความตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีฆาบิเอร์ มิเล ผู้นำอาร์เจนตินา แถลงการณ์พิเศษผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ หรือมัลบีนัสอย่างเด็ดขาด
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการปรับยุทธศาสตร์จากการเรียกร้องเชิงสัญลักษณ์แบบดั้งเดิม ไปสู่การใช้กลไกทางกฎหมาย มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ และการเสริมความมั่นคงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของอาร์เจนตินาในเวทีระหว่างประเทศ
มิเลระบุว่า หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นดินแดนของอาร์เจนตินาทั้งในมิติประวัติศาสตร์และกฎหมาย พร้อมประณามการยึดครองของสหราชอาณาจักรว่า เป็นสถานะอาณานิคมที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2376 ผู้นำอาร์เจนตินายังลงนามในกฤษฎีกาฉุกเฉิน เพื่อยกระดับมาตรการลงโทษบริษัทต่างชาติที่ดำเนินกิจการในพื้นที่พิพาทโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลบัวโนสไอเรส
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาเพื่อเพิ่มเครื่องมือทางเศรษฐกิจและการทูต พร้อมประกาศแผนจัดตั้งฐานทัพเรือบูรณาการในรัฐติเอร์ราเดลฟวยโก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่เกาะราว 700 กิโลเมตร เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการส่งกำลังบำรุงและการควบคุมน่านน้ำ
แม้ในอดีต มิเลเคยเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการทูต โดยยกแบบจำลองการส่งมอบฮ่องกงของสหราชอาณาจักรคืนให้แก่จีนในปี 2540 มาเป็นกรณีศึกษา แต่ท่าทีล่าสุดกลับให้น้ำหนักกับการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้นมากขึ้น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้รัฐบาลอาร์เจนตินาแสดงท่าทีแข็งกร้าว คือความคืบหน้าของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำมัน “ซี ไลออน” ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะ โครงการขุดเจาะน้ำมันในทะเลลึกดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัทนาวิตาส ปิโตรเลียม จากอิสราเอล และบริษัท ร็อกฮอปเปอร์ เอ็กซ์โพลเรชัน จากสหราชอาณาจักร ซึ่งตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายแล้ว และคาดว่าจะเริ่มผลิตน้ำมันดิบได้ภายในปี 2571
ด้วยปริมาณน้ำมันสำรองที่ประเมินไว้มากกว่า 500 ล้านบาร์เรล โครงการดังกล่าวมีศักยภาพที่จะยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งมีประชากรราว 3,500 คนได้อย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลอาร์เจนตินามองว่าการนำทรัพยากรน้ำมันขึ้นมาใช้เป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่พิพาท และประกาศกดดันให้กลุ่มทุนต่างชาติต้องเลือกระหว่างการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวกับการดำเนินธุรกิจบนแผ่นดินใหญ่อาร์เจนตินา
Argentina's President Javier Milei:
— Clash Report (@clashreport) September 4, 2026
I want to be clear with the world and express the position of the Argentine State. The Malvinas (Falkland Islands) are Argentine by history and by right. There is no discussion about it.
The islands have been part of Argentine territory… pic.twitter.com/R4v28Pnrn1
การผลักดันประเด็นอธิปไตยครั้งนี้เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์ทางการเมืองภายในอาร์เจนตินา โดยมิเลเผชิญกับคะแนนนิยมที่ลดลงเหลือราว 38%
ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการปฏิรูปที่ก่อให้เกิดแรงต้านในสังคม การหยิบยกประเด็นมัลบีนัส ซึ่งเป็นวาระชาตินิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย จึงอาจเป็นทั้งความพยายามสร้างเอกภาพทางการเมือง และเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ ก่อนการเลือกตั้งในปี 2570
Argentina has singled out the Sea Lion oil project near the Falkland Islands as an urgent threat to its sovereignty claim.
— Clash Report (@clashreport) September 4, 2026
The field, estimated to contain around 1.7 billion barrels of oil, is being developed by Britain’s Rockhopper Exploration and Israel’s Navitas Petroleum.… pic.twitter.com/TWb9iOi35c
ประเด็นดังกล่าวยังปรากฏในบริบททางการเมืองและสังคมที่กว้างขึ้น รวมถึงกรณีผู้เล่นทีมชาติอาร์เจนตินาชูป้ายประกาศสิทธิเหนือมัลบีนัสในการแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน มิเลยังพยายามใช้ประโยชน์จากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งส่งสัญญาณว่าสหรัฐอาจทบทวนจุดยืนที่มีต่อข้อพิพาทนี้
อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรยังคงยืนกรานด้วยท่าทีแข็งกร้าว ว่าสิทธิในการกำหนดใจตนเองของประชาชนบนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เป็นหลักการที่ไม่อาจต่อรอง และปฏิเสธการเจรจาเรื่องอธิปไตยในทุกรูปแบบ
ข้อพิพาทหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ในปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนผ่านจากการโต้แย้งเชิงวาทกรรมไปสู่การแข่งขันเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุมทั้งมิติทางกฎหมาย ทรัพยากรพลังงาน และความมั่นคงในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
แม้อาร์เจนตินายังไม่มีแนวโน้มใช้มาตรการทางทหารโดยตรง แต่นโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและแผนจัดตั้งฐานทัพเรือแห่งใหม่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อภาคเอกชนข้ามชาติ และทำให้ต้นทุนทางการเมืองและเศรษฐกิจของการดำเนินกิจการในพื้นที่พิพาทสูงขึ้น
ดังนั้น ทิศทางของข้อพิพาทในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในของอาร์เจนตินา ท่าทีของสหรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างอาร์เจนตินากับสหราชอาณาจักร ตลอดจนผลตอบแทนเชิงพาณิชย์จากโครงการน้ำมันในอนาคต ซึ่งอาจทำให้หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นประวัติศาสตร์และอธิปไตยอีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดตัดสำคัญระหว่างชาตินิยม ทรัพยากรพลังงาน และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในแอตแลนติก.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



