ยังคงเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจอย่างจดจ่อ สำหรับคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ “แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” ภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรือสปีดโบ๊ทอีกหนึ่งลำที่แล่นอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเกิดเหตุ (24 ก.พ. 2565) ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางเอกสาวฝีมือดี “ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังตัดสินใจเดินหน้ายื่นข้อมูลในฐานะพยานคดีแตงโมร่วมกับ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และทีมงานของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดในงาน Praew Awards 2026 แม่พระแห่งวงการ “บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงหลายประเด็นร้อน โดยเฉพาะเรื่องคดีของ “แตงโม นิดา” ที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี โดดร่วมเป็นพยาน ซึ่งแม่บุ๋มเผยว่า

“แล้วล่าสุดเรื่องของแตงโมกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง แล้วขวัญมาเป็นพยาน เรื่องนี้บอกตามตรงถ้าในฐานะคนรายงานข่าว 4 ปีที่ผ่านมา เราก็ตกใจนะ ที่มีหลักฐานเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เราทุกคน สื่อทุกคน เราแตกแขนงสัมภาษณ์มาเยอะมาก เล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเยอะมาก จนกระทั่งมีขวัญ อุษามณี มาช่วยเฉยเลย เราก็ตกใจอยู่ เพียงแต่ว่าเรารู้สึกว่าอะไรจริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่มีอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทยจังเลย แต่ในฐานะสื่อเราคงต้องรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ตามการคาดการณ์ต้องอยู่บนหลักฐานความเป็นจริงดีที่สุด แล้วอยากให้ความจริงกระจ่าง บุ๋มอยากได้แค่นี้ หลังจากที่เรารายงานมาหลายปีแล้ว

ก็ยังเป็นห่วง ใช้คำว่าเป็นห่วง เพราะขวัญ อุษามณี ซื่อๆ ตรงๆ เป็นเด็กน่ารัก เราก็ตกใจเหมือนกันที่จู่ๆ น้องก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแบบนี้ ก็บอกตามตรงว่าเป็นห่วงความปลอดภัย ถ้ารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยมาบ้านแม่นะลูก เราก็อยากให้ประชาชนช่วยเซฟหน่อย ก็คือด้วยความกังวลนั่นแหละ มันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถึงบอกขวัญว่ามีอะไรให้วิ่งมาบ้านแม่นะลูก บ้านแม่ปลอดภัยแน่นอน บ้านมีน้องหมาเยอะ ช่วยปกป้องน้อง ทุกเคสค่ะ โดยเฉพาะน้องๆ ในวงการบันเทิง และสื่อมวลชน มีอะไรก็วิ่งมาบ้านแม่นะลูกนะ ถามว่าเรื่องนี้ทิศทางจะเป็นยังไง ไม่รู้เหมือนกันเดายากมากเลย เพราะขนาดแม่แตงโมเองยังหาความจริงไม่เจอร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องรอดูบทสรุป แต่ในมุมของสื่อเองเราก็จะรายงานให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

ทั้งนี้ บุ๋ม ยังเผยถึงประเด็นของ “กัน จอมพลัง” และ “หนุ่ม กรรชัย” อีกว่า “ส่วนเรื่องกัน จอมพลัง เราไม่รู้ว่าความจริงทั้งหมดเป็นยังไง คือไม่มีใครรู้ บุ๋มว่าร้อยทั้งร้อย ที่ออกมาพูดกันทั้งหมด มีเล่ากันไปบ้าง หมดแล้วไม่หมดบ้าง และในส่วนของการพูดคุยกัน บุ๋มว่าพอมันผ่านหลายๆ สื่อก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดกันได้ แต่ในฐานะคนที่ทำงานตรงนี้ บุ๋มว่าเรามุ่งหน้ากลับไปทำงานเพื่อประชาชนดีกว่า เพราะตอนนี้ ความรู้สึกของประชาชนก็อาจจะสั่นคลอนได้ว่า อะไรคือจริงอะไรคือโกรธกันอะไรคือทะเลาะกัน บุ๋มว่าถ้าเคลียร์ได้ก็เคลียร์ เพราะต่างคนก็ต่างเป็นผู้ใหญ่กันทุกคน และแวดวงมันอยู่แค่นี้ วันหนึ่งก็ได้เจอกัน ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายดีกว่า เพราะว่าบุ๋มเองไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น

ในมุมของคนที่ทำงานตรงนี้มันก็มองได้หลายแบบ อะไรจริงไม่จริงก็ต้องดูตามข้อเท็จจริง แล้วก็ต้องให้พวกเขาแทนที่จะออกมาตีกันมานั่งเคลียร์กันดีกว่า จะทำยังไงต่อไป อะไรเคลียร์ได้ก็เคลียร์กันไป ถ้าเคลียร์ไม่ได้ก็ถอยห่างๆ กันไป มุ่งหน้าทำงานของตัวเองดีกว่าค่ะ เพราะ ณ ตอนนี้มันตีกันไปก็คนอ่านสนุก แต่คนที่อยู่ในข่าวไม่สนุก

แต่ถ้าให้พูดถึงความสนิท สนิทกับพี่หนุ่มมากกว่า ด้วยความทำงานสื่อมั้ง เราสนิทกันมานาน แล้วก็เจอพี่หนุ่มมานานมาก เราก็จะสนิทกับพี่หนุ่มมากกว่า เราอยู่พื้นที่เดียวกันก็จริงแต่ต่างคนพี่อยู่โซนนั้น บุ๋มอยู่โซนนี้ เราจะเฮฮาทักทายกันได้ ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร ก็เข้าใจได้ว่าอย่างปนัดดา, พี่หนุ่ม เขาไปแอ็กชันอะไรก็ตาม เราจะเป็นโรงครัวคอยซัปพอร์ตทุกคนแล้วทุกคนก็ช่วยประชาชน ออกมาจากน้ำท่วมเสร็จแล้วเราก็เป็นทีมฟื้นฟูทีหลัง เราเป็นสายแม่บ้านเก็บกวาด พี่ๆ เขากลับกันไปแล้วเราก็ยังกวาดบ้านกันอยู่เลย เราเลยไม่ค่อยมีปัญหากับใครเท่าไหร่

พอมีดราม่าเรื่องมูลนิธิอะไรต่างๆ ทุกคนจะลิงก์มาบุ๋มหมด คือมันมีตลอด อย่างคำพูดอะไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับมูลนิธิอื่นๆ ทุกคนก็จะนึกถึงบุ๋มอีกแล้ว ว่าเราทำงานยังไง บุ๋มก็จะคอยบอกว่า บุ๋มทำงานอย่างนี้มา 20 กว่าปี มูลนิธิบุ๋มก็มีอายุมา 12 ปี ดังนั้นมันทำมานานมากแล้ว จนมันเป็นระบบไปแล้ว แล้วทุกอย่างมันชัดเจน ต้องเข้าใจก่อนว่าในการทำงานของบุ๋มเอง เป็นสื่อมวลชนด้วยนะคะ ดังนั้นถ้ามีอะไรไม่ดีโดนแฉอยู่แล้วค่ะ เป็นนักกฎหมายอะไรหลายๆ อย่าง ดังนั้นบุ๋มค่อนข้างจะเซฟตัวเองตั้งแต่ต้น เราตรวจสอบได้ แล้วบุ๋มก็เซ็นมอบทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นปี ดูได้เลย บุ๋มเซ็นมอบทุกอย่างให้มูลนิธิไปหมดแล้ว ดังนั้นมันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่คุณบริจาคมาแล้วมันจะกลายเป็นของบุ๋มมันไม่มี ดังนั้นบุ๋มค่อนข้างจะเซฟตัวเองพอสมควร

งานพรีเซนเตอร์บุ๋มเยอะ มูลค่าเยอะมากกว่าเงินบริจาคไม่เท่าไหร่ บุ๋มไม่เอาแน่นอน เพราะเรารู้สึกว่าเราสร้างมันมากับมือ เราสร้างมาด้วยวิญญาณของเรา และทรัพย์สินที่เรามีอยู่ เราลงไปกับเขา เราสร้างมันมาขนาดนี้ ช่วงหลายปีก่อนมีมหาเศรษฐีมาขอแต่งงานเรายังไม่ไปเลย เรารู้สึกเสียดายมูลนิธิเรา เราสร้างมันมากับมือ บุ๋มอินกับมันมาก เพราะฉะนั้นวันนี้บุ๋มก็ไม่ยอมให้ใครมาแตะเหมือนกัน ถ้าจู่ๆ ใครจะมาเอาผลประโยชน์จากมูลนิธิก็ยังไม่ยอมเลย ดังนั้นอะไรก็ตามถ้าบุ๋มเคลียร์ตัวเองได้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยดูได้บริหารได้ มาเลย ทุกคนก็จะเห็นว่า บุ๋มก็จะแบบว่ามาช่วยหน่อย สื่อมาช่วย คือมาได้เลย วงการนี้ควรต้องใสสะอาดค่ะ ความลับมันไม่มีในโลก ใครทำอะไรสุดท้ายก็จะเปิดออกมา เพียงแต่ว่าเราก็ให้กำลังใจกับทุกคน ที่ทำความดี บุ๋มพูดอย่างนี้ก่อนนะ เรายืนอยู่ในจุดนี้ เราอาจจะไม่ได้มีแสงเยอะมาก แต่เขาตั้งใจทำความดี เราก็เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ทำความดีค่ะ”

นอกจากนี้ บุ๋ม ปนัดดา ยังได้เผยถึงมุมแฟนคลับตัวแม่ที่คอยส่งกำลังใจให้เด็กไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง “เนเน่ รอยัล” บนเวที America’s Got Talent 2026 รวมไปถึงซุปตาร์ระดับโลกอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ที่บุ๋มออกตัวเลยว่าเป็น “ดาราที่บ้าดารา” คอยซื้อสินค้าตามที่ลิซ่าเป็นพรีเซนเตอร์ทุกอย่างเพื่อให้เจ้าของแบรนด์คุ้มค่า โดยเธอเผยต่อว่า

“ไปคอมเมนต์ไอจี “เบลล์ นันทิตา” กะจะโอนเงินให้เบลล์โหวตเนเน่ ต้องเป็นคนที่อยู่ไทย หรือ อเมริกา ถึงจะโหวตน้องได้ใช่ไหม เราก็เลยรู้สึกว่าต้องฝากใครสักคนไปโหวต เห็นว่าแต่ละคนก็ถูกจำกัดโหวต ได้ไม่เกินเท่าไหร่ ก็ไม่แน่ใจว่า กฎระเบียบเขาคืออะไร ถ้าฝากได้เราก็อยากจะฝาก อยากให้กำลังใจน้องเนเน่ ไกลๆ คือเราก็เป็นแฟนคลับลึกๆ คนหนึ่ง ที่อยากจะส่งกำลังใจ ให้กับคนไทยที่เก่งๆ เพราะเรารู้สึกว่า เราอยากจะให้น้องเป็นใบเบิกทาง ให้กับเด็กหลายคนในประเทศไทยเดินไปข้างหน้าต่อ แล้วอย่าหยุดความฝันตัวเอง

คือเราตั้งใจทุ่มไม่อั้น ก็ไปเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าเห็นคะแนนก็จะไปเรื่อยๆ ของเราค่ะ อย่างวันก่อนเห็นเนเน่ไปลงในตต (TikTok) กับ โอโซน เราไปแจกสติ๊กเกอร์กระจายเลย ใส่ของขวัญจักรวาลบ้างอะไรบ้าง แม่บุญทุ่มค่ะ คือเรามีเท่าไหร่ก็หมดค่ะ เราอยากเป็นกำลังใจให้มากกว่าค่ะ เพราะน้องได้เล่นกับวงโอโซนทั้งวง น้องเก่งมากทั้งวงเลย เราก็เลยอยากให้น้องได้กำลังใจ เป็นตัวแทนเด็กไทยค่ะ

ความสำเร็จของเนเน่ บุ๋มมองว่า ทำไมถึงอยากส่งกำลังใจให้น้อง คือหลังจากวันแข่งจริง น้องไปอีกไกลแน่นอน ต่อให้ผลจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม ตอนนี้น้องได้หัวใจคนไทยและคนทั่วโลกไปเยอะมาก และอนาคตน้องไปไกลแน่นอน แล้วลิซ่ามาแรงเว่อร์ ไม่ต้องอะไรหนูไปดูไอจี story แม่ก่อน แม่เหมาสินค้าอะไรของลิซ่าบ้าง กรุณาเรียกดิฉันว่าเป็นดาราที่บ้าดาราค่ะ ดิฉันเจอดาราคนไหนฉันก็จะขอถ่ายรูปเซลฟี่ จนลูกๆ ก็งงว่าแม่มาขอเหรอ เราจะชอบเด็กเก่ง เราจะปลื้มเขา คอยส่งกำลังใจคอยซัปพอร์ตน้อง น้องลิซ่าเป็นพรีเซนเตอร์อะไรเราจะซื้อตาม ให้เจ้าของแบรนด์เขารู้สึกว่าคุ้มแล้วที่จ้างลิซ่า

เราซัปพอร์ตมานานแล้ว เราก็กอดน้องๆ แบบนี้มาตลอด ให้เขารู้สึกว่าดีแล้วฉันจ้างพรีเซนเตอร์คนไทยคนนี้ดีแล้วนะ เราดีใจมากที่คนไทยไปอยู่ระดับโลกได้หลายๆ คน เราก็คอยซัปพอร์ตทุกงานของเด็กทุกคนเลย แล้วเพลงใหม่ของลิซ่า แชร์เรียบร้อยค่ะ (เต้นยัง?) เต้นไม่ไหว ได้ท่าเดียว (ยกมือไหว้) สวัสดีค่ะ นอกจากนั้นน้องไปเร็วมากเลยค่ะ แล้วแขนก็แกว่งสุดวง แม่ก็กลัวหัวไหล่หลุด ก็ขอบคุณเขา ขอบคุณที่น้องเสนอความเป็นไทยเยอะมาก สวัสดีค่ะเนี่ย แล้วไปทั่วโลกเลย ท่าเต้นเอยชุดเอย ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ เลย ไม่มีอะไรจะพูด นอกจากซัปพอร์ตตลอดไปค่ะ”