สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงฮาวานาออกประกาศเตือนด้านสุขภาพ หลังพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารและอาการท้องร่วงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วคิวบา ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและพลังงานที่เสื่อมโทรมลง
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐระบุว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบประปา ตลอดจนการเก็บรักษาอาหารและการควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้น 9 เดือน หลังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการปิดกั้นการจัดส่งน้ำมันไปยังคิวบา ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเพิ่มขึ้น และกระทบต่อระบบทำความเย็นและมาตรการด้านสุขอนามัยในครัวเรือนและภาคธุรกิจ
US embassy issues health alert for Cuba amid oil blockade, sanctions https://t.co/dV50VoDVw0 https://t.co/dV50VoDVw0
— Reuters (@Reuters) September 5, 2026
ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการแต่งตั้งจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเตือนเมื่อเดือน ส.ค. ว่า ความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคในคิวบากำลังเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตร
ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นระบุว่า ผลกระทบด้านมนุษยธรรมกำลังพัฒนาไปสู่วิกฤติเต็มรูปแบบ และส่งผลกระทบต่อสิทธิด้านสุขภาพ การมีชีวิต อาหาร และการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า มาตรการคว่ำบาตรมีความจำเป็นเพื่อกดดันให้รัฐบาลคิวบาเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเป้าหมายของสหรัฐมายาวนานนับตั้งแต่การปฏิวัติคิวบา เมื่อปี 2502 และทรัมป์ย้ำว่า คิวบาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



