สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ แม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวสัมโมทนียกถา ในพิธีมอบรางวัลสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีดีเด่น มุทิตาผู้สอบได้เปรียญธรรม (ป.ธ.) 9 ประโยค และมอบประกาศนียบัตร-พัดบาลีศึกษา (บ.ศ.) ผู้สอบได้ประโยคบาลีศึกษา ประจำพุทธศักราช 2569 ที่วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ว่า ปีนี้มีผู้สอบได้ ป.ธ.9 ถึง 121 รูป หมายความว่า การศึกษามีความก้าวหน้า พระภิกษุสามเณรเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นจำนวนมาก ส่งผลในส่วนของผู้สอบบาลีชั้นประโยค ป.ธ.9 ยังอยู่ในอัตราที่มาก เมื่อรวมกันแล้วกับ บ.ศ. ซึ่งมีผู้สนใจศึกษาเล่าเรียนมาถึงชั้นประโยคนี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นใจ เป็นเรื่องที่ควรที่จะภาคภูมิใจ เพราะกว่าจะมาถึงชั้นต่างๆ นั้น เป็นความยากลำบาก ต้องใช้กำลังกาย ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน อดหลับอดนอน กำลังความคิด กำลังปัญญาอันสูงส่ง จึงจะผ่านในแต่ละชั้นประโยค

แม่กองบาลีฯ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องเกณฑ์ของคะแนนนั้น มีมาแต่โบราณกาล จะปรับเปลี่ยนบ้างได้หรือไม่อย่างไร ในเรื่องนี้เคยพูดไปแล้วว่า เรื่องของพระศาสนา เรื่องของหลักธรรมคำสอน เป็นของพระพุทธองค์ และพระองค์มอบหมายภารธุระ ซึ่งเราใช้คำว่า ศาสนทายาท ก็คือ พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เรื่องหลักธรรมนั้นเป็นของบริสุทธิ์ พระพุทธองค์ทรงใช้พระเมตตาอันยิ่งใหญ่ในทุกส่วนทางตรัสรู้ เมื่อรู้แล้ว ทรงชี้แจงแสดงเป็นข้ออรรถข้อธรรมแก่ประชาชน ในส่วนของพระสาวกที่จะนำหลักธรรมคำสอนไปชี้แจงแสดงนั้น สามารถจะนำคนไปสู่สวรรค์ ไปสู่นิพพานได้ แต่ถ้าหากว่าผู้รู้นั้นรู้ไม่จริง ไม่พูดตามความเป็นจริง เอาความเห็นของตัวเองเป็นสำคัญ สอนผิดพลาดหลักธรรม การจะไปสวรรค์ ไปนิพพาน ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตัวผู้สอนนั้นไม่รู้จริง และความรู้นั้นเป็นความรู้ที่ไม่ถูกต้อง เมื่อพูดไป สอนไป ก็เท่ากับเป็นการทำลายพระศาสนา

สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี กล่าวอีกว่า ดังนั้นในการเรียนการสอนจึงต้องใช้ความเข้มงวดกวดขัน เพราะที่ไปชี้แจงแสดงนั้น คือ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุผลนี้ ในส่วนของการศึกษาพระปริยัติธรรม แต่โบราณกาลจึงได้วางกฎ ระเบียบ กติกาไว้อย่างเข้มงวด เพื่อบุคคลใดที่เรียน ศึกษา ไปตามแนววิธี กระบวนการตามความเป็นจริง ย่อมได้ชื่อว่าเป็นสาวก คือ ผู้นำเอาหลักธรรมคำสอนของพระศาสนาไปประกาศ ไปชี้แจงแสดง จำเป็นที่จะต้องมีความชัดเจนในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อจะได้นำหลักธรรมอันบริสุทธิ์ของพระองค์ ไปชี้แจงแสดง
“คำพูดที่ว่า พระภิกษุสามเณรนั้นเป็นลมหายใจของพระศาสนา ถ้าหากว่า มีพระ มีเณร ในพระศาสนาอยู่ แสดงว่า พระศาสนานั้นยังคงอยู่ แสดงว่า พระพุทธเจ้าพระองค์ยังอยู่ พระธรรมพระองค์ยังอยู่ เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ชี้แจงแสดงข้ออรรถ ข้อธรรมนั้น แทนพระพุทธเจ้า แทนพระธรรม แต่ถ้าหากว่า พระสงฆ์ไม่มีอยู่ ย่อมหมายความว่า พระธรรมพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีคนชี้แจงแสดง ฉะนั้น พระสงฆ์ เป็นผู้รับภารธุระในการสืบทอดพระศาสนา จึงต้องเอาความจริง ความงาม ความถูกต้อง ตรงตามธรรม ตรงตามวินัย ตรงตามหลักศาสนศาสตร์นั้น ไปชี้แจงแสดง เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ประชาชนพลเมืองโลก คือ ภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ของเราท่านทั้งหลาย การสอบประโยคบาลีสนามหลวง แต่โบราณกาลมา จึงเข้มงวดกวดขัน จะผ่านได้ย่อมหมายความว่า สามารถที่จะนำหลักธรรม ไปชี้แสดงตรงตามเรื่อง ตามประเด็น ตามธรรม ตามวินัย” แม่กองบาลีฯ กล่าว



