เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณอาคารพาณิชย์ ริมถนนนิตโย อุดรธานี-สกลนคร ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.ท.ณัฐยศ สุวรรณไตรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ 191 ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเขตงานหนองบัว เขตงานเมืองทอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองบัว เทศบาลนครอุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นครึ่ง 8 คูหา เลขที่ 151/1-8 โดยมี พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อายุ 75 ปี อดีต สส.อุดรธานี 3 สมัย เจ้าของอาคารพาณิชย์ ที่เปิดเป็นสำนักงานประสานงาน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ บางช่วงได้หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ขณะอำนวยความสะดวกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งต้นเพลิงอยู่ที่ห้องนอนชั้นล่างของคูหาที่ 8 ซ้ายมือสุด ช่วงแรกมีรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลหนองบัว 2 คัน เข้าไปดับไฟที่ห้องต้นเพลิง แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิด ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วลามไปที่คูหาที่ 7 และเนื่องจากคูหาอื่นปิดใช้งาน อากาศไม่ถ่ายเท จึงทำให้สกัดเพลิงได้ยาก

พ.ต.ท.สุรทิน ได้นำเสียมมาทุบกระจกข้างหน้าออกเพื่อระบายความร้อน และทำให้อากาศถ่ายเท เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครอุดรธานี นำรถดับเพลิง 2 คัน เข้าสนับสนุน จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังต้องใช้ที่ดูดควัน ระบายควันและความร้อนออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาอีก จากนั้น พ.ต.ท.สุรทิน ได้ไปตรวจสอบบริเวณหลังอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นจุดที่จอดรถ และเป็นทางเข้าไปในห้องนอน สำรวจความเสียหาย พบข้าวของเครื่องใช้ในห้องนอนไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด ก่อนจะไหว้เทวาลัยท่านท้าวสุเทวมหาพรหม เจ้าปู่สง ด้านหลังอาคาร บอกกล่าวเหตุการณ์ตามความเชื่อส่วนบุคคล

พ.ต.ท.สุรทิน เล่าว่า อาคารนี้เข้าใช้งานมาเกือบ 20 ปีแล้ว ตอนนี้อาศัยอยู่คนเดียว มีแค่ลูกน้องมาทำงานตอนกลางวัน ต้นเพลิงคาดว่าจะอยู่ในห้องนอนของตน ที่อยู่ด้านล่างของคูหาที่ 8 ก่อนเกิดเหตุตนออกไปช่วยงานนายขจิต ชัยนิคม อดีต สส.อุดรธานี หลังเลือกตั้งซ่อมอุดรธานีเขต 3 ตนก็ยังต้องเข้าไปช่วยงานต่อ กลับมาบ้านไม่ถึง 1 ชม. ก็เห็นแต่กลุ่มควันออกมาจากในห้องนอน จึงรีบโทรฯ แจ้งเจ้าหน้าที่ช่วย เพราะตนกับลูกน้องดับไฟไม่ได้แล้ว ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ได้ตกใจหรือเสียใจอะไร เพราะตั้งใจว่าจะทุบอาคารนี้ทิ้งอยู่แล้ว ตั้งใจว่าจะสร้างเป็นวิหาร “ท้าวสุเทวมหาพรหม”

“อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด ไฟไหม้แบบนี้ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว เอาชีวิตคนไว้ก่อน ไฟไหม้ของเสียหายก็ช่างมัน คิดอีกทางก็คล้ายว่า ท้าวสุเทวมหาพรหมท่านอาจจะมาช่วยทำลายอาคารนี้ก็ได้ ยังไงตนก็จะต้องทุบอยู่แล้ว มีโครงการจะทำใหม่ทั้งหมด วางโปรเจกต์ไว้ว่าจะทำมหาวิหารให้คนมากราบไหว้บูชา ตั้งงบไว้ 200 ล้านบาท เป็นโครงการในอนาคต เรื่องทุนสร้างขออุบไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าท่านจะมาให้โชคหรือหาทางให้ได้ทุนมาสร้างในอนาคต ก่อนหน้านี้ก็ถือว่าฝันไม่ดีมาก่อน ฝันมามีผู้หญิงมาไล่ที่ มีผู้ชายมาไล่ทำร้าย อาจจะเป็นลางไม่ดีก็ได้” พ.ต.ท.สุรทิน กล่าว

ด้าน นายทองคำ จันทเสน อายุ 35 ปี ลูกจ้าง พ.ต.ท.สุรทิน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุทำงานอยู่ด้านหน้า กำลังรื้อโครงเหล็กป้ายออก สักพักได้ยินเสียงคล้ายกระจกแตก เสียงดังเปรี๊ยะๆ หลายครั้ง จากนั้นก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้โชยออกมาจากด้านใน เมื่อวิ่งเข้าไปดูก็พบว่ามีควันพุ่งออกมาจากห้องนอนของ พ.ต.ท.สุรทิน ตอนแรกวิ่งไปเอาน้ำก๊อกมาสาดเข้าไปหน้าห้อง แต่ด้วยความมืดและควันเยอะ ก็ดับไฟได้ไม่นาน ต้องวิ่งออกมาข้างนอก จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่มาช่วยดับไฟในที่สุด

เบื้องต้นตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด พรุ่งนี้จะได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่ไฟไหม้ในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป