เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. นายวิชญ์พล รุ่งแสงฉาย อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่โลจิสติกส์ พร้อม น.ส.วัลลี รุ่งแสงฉาย อายุ 40 ปี ภรรยา เข้าร้องเรียนต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัว น.ส.นวลจันทร์ พี่เลี้ยงใจร้ายที่ก่อเหตุทารุณกรรมมารดา อายุ 78 ปี ผู้ป่วยติดเตียง โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) สมองฝ่อ และอัลไซเมอร์ เหตุเกิดภายในบ้านพัก ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี

นายวิชญ์พล เปิดเผยว่า ตนและภรรยาได้ว่าจ้าง น.ส.นวลจันทร์ ผ่านเพจเฟซบุ๊กให้มาดูแลแม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569 ในอัตราค่าจ้างเดือนละ 26,000 บาท โดยจัดให้อยู่กินและนอนห้องเดียวกับแม่ ที่ผ่านมามักพบรอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายผู้ป่วย แต่พี่เลี้ยงจะส่งภาพเข้ากลุ่มไลน์และอ้างว่าเกิดจากการทำกายภาพบำบัดที่ผู้ป่วยเหวี่ยงแขนไปชนขอบกั้นเอง ด้วยความไว้ใจและไม่มีความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงจึงเชื่อตามนั้น

กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ภรรยาได้ยินเสียงแม่ร้องโอดโอย จึงเดินไปดูและพบภาพสะเทือนใจ เมื่อพี่เลี้ยงกำลังนำผ้ามาคลุมหัว ล็อกคอ และดัดศีรษะแม่ไปด้านหลัง เมื่อเอ่ยถามกลับบ่ายเบี่ยงหัวเราะกลบเกลื่อนอ้างว่าผู้ป่วยกำลังร้องเพลงชาติ ต่อมาจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดย้อนหลังดู พบว่าตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา พี่เลี้ยงมีพฤติกรรมข่มขู่ ทุบตี ใช้ถ้อยคำหยาบคาย และใช้ผ้าเช็ดตัวมัดหัวอุดปากอุดจมูกผู้ป่วยอยู่เป็นประจำ โดยมักลงมือในช่วงดึกเวลา 21.00 น., 24.00 น. และ 03.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่คนในบ้านหลับหมดแล้ว ทั้งยังพูดจาข่มขู่และสอนให้ผู้ป่วยพูดว่าทำร้ายตัวเอง เพื่อปัดความผิดพ้นตัว

หลังเห็นคลิปหลักฐานทั้งหมด จึงได้สอบเค้นจนพี่เลี้ยงยอมรับว่ามีการทุบตีจริง จึงสั่งให้ออกจากงานทันทีเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม และรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายจากนิติเวชเพื่อออกหมายเรียก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังคงหวาดผวาและเป็นห่วงว่าผู้ก่อเหตุจะไปรับจ้างดูแลผู้สูงอายุรายอื่นจนเกิดเหตุซ้ำรอย จึงอยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกครอบครัวตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้เลี้ยง และติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทุกจุด

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นภัยสังคมและมีความโหดร้ายอย่างมาก หลังจากนี้จะประสานไปยัง ผกก.สภ.เมืองชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และเร่งรัดการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด