เมื่อวันที่ 7 ก.ย. สถานการณ์ไฟป่าบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตราของอินโดนีเซียยังคงวิกฤติและลุกลามต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและอากาศที่แห้งแล้งจัด ได้ส่งผลให้กลุ่มหมอกควันหนาแน่นถูกกระแสลมพัดกระจายข้ามพรมแดน ปกคลุมหลายประเทศในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ บรูไน รวมถึงภาคใต้ของไทย จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและระบบทางเดินหายใจของประชาชนในวงกว้าง

ความรุนแรงดังกล่าวส่งผลให้ทางการมาเลเซียต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตเซเรียน พร้อมสั่งปิดโรงเรียนในรัฐซาราวักมากถึง 647 แห่ง ระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน โดยปรับไปใช้ระบบเรียนออนไลน์แทนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ขณะที่ประเทศไทย พื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เริ่มได้รับผลกระทบแล้วเช่นกัน โดยมีหมอกควันลอยปกคลุมตามแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีและเขตเมืองจนท้องฟ้าขมุกขมัว ทำให้ชาวบ้านต้องเริ่มสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน แม้ปัจจุบันค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ (10–15 มก./ลบ.ม.) เพราะมีฝนตกช่วยชะล้าง แต่ทางการยังคงเตือนให้เฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนงดการเผาขยะและวัสดุทางการเกษตรในที่โล่ง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ฝุ่นละอองซ้ำเติมพื้นที่มากขึ้น