สำนักข่าวต่าประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า รัฐมนตรีระดับสูงของสิงคโปร์เตรียมหารือประเด็นเงินเดือนรัฐมนตรี ในที่ประชุมรัฐสภา วันอังคารที่ 8 ก.ย. ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนและได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดในประเทศแห่งนี้


ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นประเทศซึ่งจ่ายเงินเดือนให้ผู้นำทางการเมืองสูงที่สุดในโลก โดยรัฐมนตรีระดับต้นได้รับค่าตอบแทนปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 28.56 ล้านบาท) ส่วนนายกรัฐมนตรีได้รับเงินเดือนปีละ 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 57.12 ล้านบาท)


ขณะที่นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรได้รับค่าตอบแทนปีละ 230,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.57 ล้านบาท) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้รับเงินเดือนปีละ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13.16 ล้านบาท)


อัตราค่าตอบแทนดังกล่าวไม่มีการปรับเปลี่ยนมาตั้งแต่ปี 2555 หลังรัฐบาลลดเงินเดือนรัฐมนตรีลง 36% เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนต่อระดับค่าตอบแทนที่สูง


จนถึงปัจจุบัน ประเด็นดังกล่าวยังมีความอ่อนไหว เนื่องจากรายได้มัธยฐานของประชาชนสิงคโปร์อยู่ที่ 5,775 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน เมื่อปี 2568 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแตะ 2% ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


แม้รัฐบาลสิงคโปร์มีมติทบทวนเงินเดือนอีกครั้ง เมื่อปี 2560 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการที่แนะนำให้ปรับขึ้น และการทบทวนครั้งที่สองซึ่งมีกำหนด เมื่อปี 2566 ถูกเลื่อนออกมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ


สำหรับแนวทางการหารือใหม่ สิงคโปร์จะใช้รายได้ของชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้สูงสุด 1,000 คน เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการกำหนดค่าตอบแทนรัฐมนตรี โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า บุคคลกลุ่มนี้สะท้อนระดับความสามารถที่ประเทศต้องการ สำหรับการบริหารสิงคโปร์ที่มีประสิทธิภาพ


อนึ่ง รัฐบาลสิงคโปร์เคยให้เหตุผลว่า การจ่ายค่าตอบแทนในระดับสูงมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้าสู่ภาครัฐ และป้องกันการทุจริต โดยที่ผ่านมา การทุจริตในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS