กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2354/2569 เรื่อง เนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (MR. KEVIN DIMINO) ออกไปนอกราชอาณาจักร หลังมีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งยังมีพฤติกรรมคึกคะนองอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคล ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เนรเทศรายที่ 2 ‘อนุทิน’ ไล่ชาวฝรั่งเศสพ้นไทย หลังศาลพิพากษาคดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2354/2569 สั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (MR. KEVIN DIMINO) สัญชาติฝรั่งเศส ออกนอกราชอาณาจักร จากพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และสร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนาบนเกาะสมุย ล่าสุด ตม.สุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวเพื่อแจ้งคำสั่ง หลังพบเบาะแสว่าอาจหลบซ่อนตัว ขณะที่คู่กรณีชาวอิสราเอล นายยาคอฟ โอฮะยอน ที่ถูกคุมตัวรอผลักดันส่งกลับก่อนหน้านี้ ได้เปิดใจยืนยันเคารพกฎหมายไทยและไม่ได้ข่มขู่ เพียงแต่แสดงความเห็นต่อต้านการติดธงปาเลสไตน์เท่านั้น ส่งผลให้มหากาพย์ความขัดแย้งข้ามชาติบนเกาะสมุย จบลงด้วยการถูกสั่งเนรเทศพ้นประเทศไทยทั้งสองฝ่าย

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างติดตามตัวนายเควิน เพื่อแจ้งคำสั่งเนรเทศดังกล่าว ซึ่งคาดว่า นายเควิน รู้ถึงคำสั่งดังกล่าวจึงอาจหลบซ่อนตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อแจ้งถึงคำสั่งเนรเทศออกนอกประเทศดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตหน้าสวนสัตว์ พบว่าเงียบไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีการเคลื่อนไหวของพนักงานและเมียคนไทยของนายเควินแต่อย่างใด
ทั้งนี้ตามขั้นตอนกฎหมาย คำสั่งเนรเทศยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ส่งผลให้มหากาพย์ความขัดแย้งข้ามชาติบนเกาะสมุยในครั้งนี้ จบลงด้วยการที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายถูกสั่งเนรเทศพ้นประเทศไทย
ด้านนายยาคอฟ โอฮะยอน ชาวอิสราเอลที่ถูกคำสั่งเนรเทศก่อนหน้าและขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวที่ สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรอผลักดันออกนอกประเทศ ได้เปิดใจผ่านคนใกล้ชิด โดยปฏิเสธเจตนาในการข่มขู่ว่า “ผมเคารพประเทศไทย และระบบกฎหมายท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวทุกคนก็ควรเคารพเช่นกัน ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกเนรเทศเพราะแสดงความรู้สึกต่อต้านธงปาเลสไตน์ในเกาะสมุย ผมไม่คิดว่าสงครามนี้ควรเกิดขึ้นในเกาะนี้ และขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่เคยข่มขู่พวกเขา ผมแค่บอกความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับการนำธงมาแสดงบนเกาะนี้ให้คุณเควินฟัง”

จากการตรวจสอบประวัติของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า นายยาคอฟ ชาวอิสราเอล ถือวีซ่าธุรกิจเข้ามาประกอบกิจการร้านอาหารบนเกาะสมุยมานาน 5 ปี และนายเควิน ชาวฝรั่งเศส มีภรรยาเป็นคนไทย และเข้ามาประกอบธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยงบนเกาะสมุยมานานประมาณ 9 ปี
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติชนชาติใดที่เข้ามาอยู่อาศัยหรือท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยและชาวเกาะสมุย พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากถึงประชาชนและผู้รับฟังข่าวสาร ให้ช่วยกันแยกแยะระหว่างพฤติกรรมส่วนบุคคลกับภาพรวมของประเทศต้นทาง อย่าเพิ่งใช้อคติหรือเหมาสาดไปถึงคนทั้งหมดของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย อิสราเอล ฝรั่งเศส หรือชาติใดก็ตาม เพื่อให้สังคมไทยยังคงเป็นสังคมที่สงบสุขและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข



