เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระสอง เป็นวันแรก

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ว่า  อยากตั้งคำถามไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงบประมาณโดยตรง ว่าจริงๆ แล้ว ท่านอยากที่จะให้การทำงานในกรรมาธิการและอนุกรรมธิการมีประสิทธิภาพ สามารถปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลงได้ หรือท่านอยากจะทำให้เป็นแค่พิธีกรรมที่ผ่านไปเฉยๆ

สิ่งที่เจอในอนุ กมธ. คือใบเสนอราคาไม่ระบุรายละเอียด สมมุติว่าจะซื้อ iPhone ราคา 50,000 บาท จะต้องระบุหรือไม่ว่าจะซื้อรุ่นไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่มีการระบุรุ่นที่จะซื้อ คงไม่มีประชาชนคนไหนจ่ายเงินเพื่อซื้อ iPhone ราคา 50,000 บาท โดยที่ไม่ได้ระบุรุ่นมาด้วย เพราะไม่รู้ว่าในเงินจำนวนนี้ จะซื้อ iPhone 10 หรือ iPhone 15 ต้องดูราคาที่สมเหตุสมผล

ระหว่างอภิปราย น.ส.รักชนก หยุดชะงัก ก่อนจะถามว่า สไลด์ของตนโดนเซ็นเซอร์หรือ น่าจะมีการบอกก่อนว่าเซ็นเซอร์ ตนจะได้ทำเอง เพราะรู้ว่าข้อมูลตรงไหนที่อยากเปิดข้อมูล ตรงไหนที่อยากปิด “ขอโทษทีนะคะ ท่านเซ็นเซอร์โดยที่ท่านไม่บอกอะไรดิฉันเลย ดิฉันเลยดูสไลด์ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก อภิปรายต่อว่า มีโครงการที่ไม่มีรายละเอียดเลย ขอมาทั้งหมด 77 จังหวัด แต่ไม่บอกรายละเอียดอะไร โครงการรวมแล้วจำนวน 100 กว่าล้านบาท แต่ไม่ได้มีรายละเอียดว่าสเปกเป็นอย่างไร และอีกโครงการเป็นโครงการยกระดับและเพิ่มศักยภาพศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของกระทรวงมหาดไทย เป็นโครงการที่มีมูลค่ามาก แต่ไม่ได้ใส่รายละเอียดอะไรเอาไว้ ที่สำคัญ มีงบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วย  แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหน เป็นสิ่งที่ กอ.รมน. ขอมาซื้อวัสดุหลายรายการ เช่น ไฟฉายกระบอกละ 5,000-6,000 บาท แต่ไม่มีแม้กระทั่งใบเสนอราคา และไม่ได้บอกด้วยว่าจะซื้อไฟฉายยี่ห้อไหน รุ่นไหน แล้วทางกรรมาธิการจะปรับลดงบประมาณที่เหมาะสมได้อย่างไร

“แล้วพอเป็นหน่วยงาน กอ.รมน. กรรมาธิการทุกคนฝั่งรัฐบาลก็จะถอดกระดูกสันหลังออกหมดเลย ปล่อยให้ผ่านและปรับลดงบประมาณกันแค่เป็นพิธี ทั้งที่ไม่มีรายละเอียดอะไรให้พิจารณาเลย” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ปัญหาต่อมาคือใบเสนอราคาของบริษัทแตกต่างกัน เป็นคนละบริษัทกัน แต่ว่ามีชื่อผู้จัดการโครงการเป็นชื่อเดียวกัน เสนอมาได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง เป็นบริษัทที่กรมฝนหลวงต้องการซื้อเรดาร์ตรวจจับ แต่ไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีการดำเนินการ ตนก็ไม่แน่ใจว่าโครงการแบบนี้ สำนักงบประมาณปล่อยผ่านมาได้อย่างไร ถ้าแต่ละหน่วยงานไม่พร้อมที่จะทำเอกสารให้ถูกต้อง เกตเวย์ที่สำคัญมากคือสำนักงบประมาณ การทำใบเสนอราคาแบบที่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าน่าจะตัดโครงการเหล่านี้ออกไปได้ตั้งแต่แรก ถ้าหน่วยงานไม่พร้อมที่จะทำโครงการ

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า หน่วยงานเดี๋ยวนี้รู้มาก เพราะส่งเอกสารมาให้อนุกรรมาธิการพิจารณาจะส่งมาเป็น QR Code เช่น สำนักปลัดกระทรวงกลาโหมเอา QR Code มาแปะให้ เวลาสแกนไปก็เห็นข้อมูล แต่พอออกจากห้องพิจารณาอนุกรรมาธิการไป เขาไปลบข้อมูลในไฟล์เหล่านั้นออก บางทียังอ่านไม่ทันจะเสร็จด้วยซ้ำ หรือข้อมูลควรจะมาใช้ในการอภิปรายวาระสองก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะหน่วยงานหลายหน่วยงานใช้ทริคแบบนี้

“ดังนั้น วันนี้หน่วยงานที่จะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะช่วยกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการในการทำให้งบประมาณมีประสิทธิภาพและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้ คือสำนักงบประมาณ ขอฝากกับท่าน ผอ.สำนักงบประมาณคนใหม่ด้วย คนเก่าอาจจะห่วยๆ หน่อย” น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อ น.ส.รักชนก พูดถึงคำว่าห่วยๆ ทำให้ น.ส.มัลลิกา กล่าวเตือนว่า “ท่านสมาชิก”

น.ส.รักชนก จึงรีบถอนทันที เปลี่ยนเป็นคำว่า “ไร้ประสิทธิภาพ” แทน

จากนั้น เมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว น.ส.รักชนก ขอหารือว่า สไลด์ที่ส่งไป ทำไมถึงมีการเซ็นเซอร์ ทำให้ตนเสียสมาธิเป็นอย่างมาก ตนคิดว่าไม่รู้ว่ากระบวนการนี้ต้องตำหนิใคร ไม่อยากทำให้ข้าราชการเดือดร้อน แต่ปัญหาแบบนี้ควรจะต้องแจ้งกับผู้อภิปรายก่อน.