สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า นายเจฟเดต ยิลมาซ รองประธานาธิบดีตุรกี กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมถึง 229% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง และเพิ่มการผลิตสินค้ามูลค่าสูงในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ


ยิลมาซกล่าวว่า ตุรกีต้องการเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีด้านกลาโหมได้ด้วยตนเอง และผลิตยุทโธปกรณ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยการเพิ่มงบประมาณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะกลาง ระหว่างปี 2570-2572


การเพิ่มงบประมาณกลาโหมถือว่าสูงที่สุดในบรรดา 7 ภาคส่วนที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยงบประมาณด้านที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมจะเพิ่มขึ้น 150% การสำรวจแร่ 139% โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม 54% ระบบรถไฟ 49% สาธารณสุข 43% และความมั่นคงด้านอาหาร 42%


รองผู้นำตุรกีกล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน พร้อมยอมรับว่า สงครามกับอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อราคาพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ การค้าโลก เงินเฟ้อ และแนวโน้มการเติบโต


ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม ระบุว่า ตุรกีใช้งบประมาณทางทหารราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 987,559.37 ล้านบาท) เมื่อปี 2568 เพิ่มขึ้น 7.2% จากปีก่อนหน้า และเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายทางทหารสูงสุดอันดับ 18 ของโลก โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนในอุตสาหกรรมอาวุธภายในประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES