กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการค้าชายแดน ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์เมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8–9 กันยายน 2569 ณ โรงแรมสินเกียรติบุรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มรายได้ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล

​พิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมี นายธนพัฒน์ เด่นบุรณะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสตูล ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสายช่อ อังศุพานิช พาณิชย์จังหวัดสตูล กล่าวรายงานการจัดงาน นอกจากนี้ยังมี พาณิชย์จังหวัดระนอง พาณิชย์จังหวัดตรัง ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

​ภายในงานมีผู้ประกอบการสินค้าอัตลักษณ์จากภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด เข้าร่วมเจรจาธุรกิจรวม 26 ราย โดยมีผู้ซื้อ (Buyer) จากต่างประเทศเข้าร่วมเจรจาผ่านระบบออนไซต์และออนไลน์ รวม 13 ราย จาก 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย, จีน, ลาว, พม่า, เวียดนาม และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าการค้าและขยายช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

​บรรยากาศหลังพิธีเปิดเต็มไปด้วยความคึกคัก ประธานในพิธีและคณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมบูธสินค้าอัตลักษณ์หลากหลายชนิดจากผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนสินค้าและแนวทางการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ “สเปรย์น้ำหอมฉีดผ้า กลิ่นหอมสตูล” โดย นางสาวกุลิสรา เจริญฤทธิ์ ผู้บริหาร บริษัท ไอแอม กุลิสรา จำกัด ภายใต้แบรนด์ “ฮายดี้ ไทยแลนด์” (HIDE Thailand) ที่ได้นำสินค้ามาจัดแสดงและแลกเปลี่ยนกับเครือข่ายธุรกิจภายในงาน

​นางสาวกุลิสรา เปิดเผยว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น ในการนำเสนอนวัตกรรมและอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ไทยให้เป็นที่รู้จัก ทั้งยังช่วยเปิดประตูการค้าสู่ตลาดต่างประเทศและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งในอนาคต

​สำหรับกิจกรรมในวันที่ 9 กันยายน 2569 คณะผู้จัดงานและผู้ประกอบการมีกำหนดการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ อำเภอละงู และศึกษาแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน วังสายทอง อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อเชื่อมโยงการค้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป