สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำสิงคโปร์นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของสิงคโปร์จะได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือน ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. นี้
การปรับครั้งนี้จะทำให้เงินเดือนประจำปีของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 64% จาก 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 57.24 ล้านบาท) เป็น 3.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 93.45 ล้านบาท) ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานในสิงคโปร์อยู่ที่ 5,775 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน (ราว 150,252.80 บาท) เมื่อปี 2568
สำหรับรัฐมนตรีระดับต้นของสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 28.62 ล้านบาท) จะเพิ่มเป็นสูงสุด 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับผลงานและความรับผิดชอบ ซึ่งหว่องย้ำว่า การปรับขึ้นจะเริ่มด้วยเงินเพิ่มครั้งเดียวสูงสุด 9% ก่อนทยอยปรับตามผลงาน ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในทันที
Singapore's Prime Minister Lawrence Wong said his government has accepted an independent committee's recommendations for a sharp increase in ministerial salaries, which are already the highest in the world https://t.co/MmLpaOMUty
— Reuters (@Reuters) September 8, 2026
ผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่า ภายในสิ้นวาระรัฐบาลชุดปัจจุบัน รัฐมนตรีระดับต้นส่วนใหญ่จะได้รับค่าตอบแทนราว 1.35 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี (ราว 35.12 ล้านบาท) แต่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นอาจได้รับเพิ่มขึ้นอีก
หว่องยอมรับว่า เรื่องเงินเดือนนักการเมืองเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบความรู้สึกของชาวสิงคโปร์ จึงเข้าใจดีว่าประชาชนจะจับตาและวิเคราะห์ตัวเลขดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสูงกว่ารายได้ที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์ยืนยันว่า ประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการรักษาคุณภาพของผู้นำประเทศในอนาคต ซึ่งการที่สิงคโปร์จ่ายค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับสูง โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีเหตุผลเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ และลดแรงจูงใจในการทุจริต และยืนยันว่า จะบริจาคเงินส่วนที่ได้รับเพิ่มจากการปรับเงินเดือน ให้แก่องค์กรการกุศลเป็นเวลา 5 ปี
ทั้งนี้ สิงคโปร์ไม่ได้ปรับเงินเดือนรัฐมนตรี มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งขณะนั้นมีการลดค่าตอบแทนลง 36% หลังประชาชนไม่พอใจเรื่องรายได้ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ขณะที่รัฐสภาสิงคโปร์เตรียมอภิปรายเรื่องนี้ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. ท่ามกลางกระแสวิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยบางส่วนมองว่าการขึ้นเงินเดือนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าคุ้มค่าหากผู้นำสามารถรับมือกับความท้าทายของประเทศได้ดี.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



