เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.พงศ์สวัสดิ์ โยคะวัฒน์ รอง สวป.สภ.หนองแสง จ.อุดรธานี ไปตรวจสอบเหตุเยาวชนใช้มีดแทงชายวัย 23 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในเพิงกระท่อมไม่มีเลขที่ บริเวณคุ้มรุ่งอรุณ หรือคุ้มบ้านใบไม้ ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี โดยมีมีดปักคาอยู่บริเวณลำคอด้านซ้าย ซึ่งยังมีสติและสามารถให้ข้อมูลได้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองแสง และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อผ่าตัดนำมีดออกจากลำคอ ขณะที่ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในที่เกิดเหตุและยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้บาดเจ็บคือชายอายุ 23 ปี ชาว อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ซึ่งมาพักอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่ ต.ทับกุง ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนชายอายุ 14 ปี ชาว ต.ทับกุง โดยยอมรับว่าเป็นผู้ใช้มีดพับแทงผู้บาดเจ็บจริง
เยาวชนผู้ก่อเหตุให้การกับตำรวจว่า รู้จักกับผู้บาดเจ็บมาประมาณ 1 ปี และอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นเดียวกัน โดยก่อนเกิดเหตุได้ซื้อยาบ้าจากผู้บาดเจ็บมาเสพ 1 เม็ด ราคา 40 บาท จากนั้นปั่นจักรยานผ่านบริเวณกระท่อมและพบผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ ก่อนตะโกนด่าทอ ก่อนเดินเข้ามาหาและดึงคอเสื้อจนเสียหลักจะล้ม ทำให้เกิดความโกรธแค้น เนื่องจากที่ผ่านมาเคยถูกผู้บาดเจ็บข่มเหงและทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ในจังหวะที่กำลังชุลมุน ผู้ก่อเหตุจึงคว้ามีดพับความยาวประมาณ 6 นิ้ว ซึ่งวางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ แทงสวนเข้าบริเวณลำคอของผู้บาดเจ็บ 1 ครั้ง ก่อนทั้งคู่จะแยกออกจากกัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า มีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นของผู้บาดเจ็บเอง โดยคมมีดปักอยู่บริเวณลำคอด้านซ้าย อย่างไรก็ตาม แพทย์ระบุว่าโชคดีที่คมมีดไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่ จึงยังสามารถช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที
จากการตรวจสอบบริเวณกระท่อมเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์เสพยาบ้าจำนวนมากอยู่ตามพื้น รวมทั้งกองไฟและเศษวัสดุที่ถูกเผา นอกจากนี้ยังพบเศษฉนวนสายไฟที่ถูกปอกเอาทองแดงออก
เยาวชนผู้ก่อเหตุยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าร่วมกับผู้บาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจปัสสาวะ ผลตรวจพบสารเสพติดเป็นบวก
เยาวชนรายดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่า เริ่มเสพยาบ้ามาตั้งแต่อายุประมาณ 12 ขวบ ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.6 และปัจจุบันไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว โดยมักเข้ามาเสพยาในกระท่อมดังกล่าวเป็นประจำ
เบื้องต้นตำรวจ สภ.หนองแสง แจ้งข้อหาเยาวชนรายนี้ในความผิดฐาน เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหาฐานพยายามฆ่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม โดยต้องสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพตามกระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นางลำไย เริ่มศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านทับกุง เปิดเผยว่า กระท่อมดังกล่าวเป็นกระท่อมร้างไม่มีเลขที่ และกลายเป็นจุดที่กลุ่มวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมและเสพยาเป็นประจำ ที่ผ่านมาเคยประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและนำกลุ่มวัยรุ่นบางส่วนเข้าสู่กระบวนการบำบัด แต่ยังคงพบการกลับมามั่วสุมอีก
หลังเกิดเหตุครั้งนี้ ทางหมู่บ้านเตรียมรายงานให้อำเภอทราบ พร้อมประสานเจ้าของพื้นที่เพื่อขอความร่วมมือรื้อกระท่อมดังกล่าวออก เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นแหล่งมั่วสุม เสพยา หรือเป็นสถานที่ก่อเหตุซ้ำอีก
ผู้ใหญ่บ้านยังฝากถึงผู้ปกครอง หากพบว่าบุตรหลานมีปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและต้องการเข้าสู่กระบวนการบำบัด สามารถประสานผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตลอดเวลา เพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำในชุมชน.



