เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ภายหลังจากที่กรมประมงออกมายืนยันว่าการพิสูจน์ปลาที่พบในเขื่อนลำปาวจำนวน 2 ตัว จากกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เป็นปลาหมอคางดำ ที่ทางประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ รอเอกสารยืนยันเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าปลาในตลาดสด และร้านอาหารทั่วไป พบว่าปัญหาการพบปลาหมอคางดำจะไม่กระทบต่อธุรกิจค้าขายอาหาร เนื่องจากปลาที่จำหน่ายตามท้องตลาดรวมถึงปลาที่นำไปประกอบอาหาร ไม่ได้ทำมาจากปลาหมอคางดำ แต่เป็นห่วงระบบนิเวศที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ปลาในเขื่อนลำปาว ที่หากพบว่าปลาหมอคาดำจะไปทำลายระบบนิเวศจริง แต่ในทางกลับกันก็เชื่อว่า ปลาหมอคางดำ แม้จะมีปัญหาในระบบนิเวศ แต่หากบริโภคได้ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับคนอีสาน

‘กรมประมง’ ยืนยันแล้ว ‘ปลาหมอคางดำ’ บุกลงเขื่อนลำปาวจริง!

น.ส.ปราณีย์ ธรรมวัตร์ เจ้าของร้านอาหารริมทาง เขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจว่ามีข่าวการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงกับชาวประมงในเขื่อนลำปาวและประชาชนที่มีไร่นาว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ และในด้านการค้าขายอาหาร มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดกับร้านอาหาร เนื่องจากไม่ได้นำปลาหมอคางดำมาทำอาหาร ที่ร้านจะใช้ปลานิล อีกทั้งปลาหมอคางดำหากสามารถรับประทานได้ ประกอบอาหารได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายกิติพงษ์ ศรีสุพรรณ์ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านขายปลานิลในตลาดทุ่งนาทอง เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะเชื่อว่า กรมประมงจะปราบได้เหมือนเดิม ส่วนปลาหมอคาดำที่พบหากมีการแพร่ระบาด เชื่อว่าหากปลาหมอคางดำกินได้ คนอีสานก็จะกินเหมือนเดิม ส่วนบรรยากาศการค้าขายปลาในช่วงนี้ก็ปกติ ขายไม่ดีอยู่แล้ว เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีมากกว่า

ส่วนความเคลื่อนไหวที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประมง เพื่อสรุปเส้นทางการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว พร้อมระบุว่าในขณะนี้ฝ่ายปกครอง พร้อมที่จะเข้าร่วมเอกซเรย์พื้นที่ โดยเฉพาะ ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ที่พบปลาหมอคงดำเพียงแห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ในเขตอำเภอที่ติดเขื่อนลำปาวและติดน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำน้ำปาว ลำน้ำชี เจ้าหน้าที่ประมงและฝ่ายปกครอง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะร่วมตรวจสอบ โดยในช่วงเย็นวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับอธิบดีกรมประมง เพื่อรับมอบแนวทางปฏิบัติและมาตรการในการปราบปลาหมอคางดำต่อไป

รายงานแจ้งว่า จุดที่พบยังคงเป็นปริศนา เพราะข้อมูลล่าสุดชี้ว่า การพบปลาหมอคางดำครั้งนี้เกิดขึ้นที่ ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี เพียงจุดเดียว จากชาวประมงคนเดิมที่เคยโพสต์ภาพลงโซเชียลมาก่อน ขณะที่ชาวประมงรายอื่นที่ออกหาปลาในพื้นที่เดียวกัน กลับไม่พบร่องรอยใดๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึงเทคนิคการจับปลาของชาวประมงรายนี้โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการพบปลาหมอคางดำ ถือว่าเดิมพันสูงกว่าที่คิด เพราะกาฬสินธุ์คือศูนย์กลางสัตว์น้ำเศรษฐกิจของอีสาน ทั้งเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม 1,225 ราย บนพื้นที่กว่า 8,500 ไร่ มูลค่าปีละ 1,000 ล้านบาท และผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังอีก 425 ราย กว่า 12,000 กระชัง ครองแชมป์แหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน รวมมูลค่าทั้งสองอุตสาหกรรมทะลุ 2,000 ล้านบาทต่อปี นี่คือเหตุผลที่ภาครัฐต้องเร่งสกัดกั้นก่อนสายเกินแก้.