เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจผลกระทบภายหลังมีการประกาศปรับราคาจำหน่ายน้ำมัน โดยราคาใหม่มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.ของวันนี้ โดยที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.พรทวี ถนนสาย 333 บริเวณสามแยกสะแกกรัง ทางเข้าสู่ตัวเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าประชาชนยังคงแวะเติมน้ำมันก่อนออกไปทำงานตามปกติ แต่ส่วนใหญ่เลือกเติมเฉพาะเท่าที่จำเป็นและไม่เติมเต็มถัง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

จากการตรวจสอบป้ายราคาหน้าสถานีบริการ พบว่า ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ราคาลิตรละ 50.35 บาท ดีเซลลิตรละ 40.14 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.39 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 39.02 บาท แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 34.39 บาท และก๊าซ LPG ลิตรละ 17.03 บาท โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ขยับทะลุระดับลิตรละ 40 บาท ยิ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่จำเป็นต้องใช้รถเป็นประจำ

นางสาวอาลิสา ทองคำ อายุ 35 ปี ประกอบอาชีพขายของเร่ด้วยรถจักรยานยนต์พุ่มพวง ซึ่งบรรทุกทั้งผัก เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารปรุงสำเร็จ เปิดเผยว่า ทุกเช้าสิ่งแรกที่ต้องทำคือแวะเติมน้ำมัน ก่อนขี่รถตระเวนขายสินค้าไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี โดยหลังจากเติมน้ำมันเสร็จแล้วก็มักแวะขายสินค้าให้ลูกค้าบริเวณข้างปั๊มด้วย

นางสาวอาลิสา กล่าวต่อว่า ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นทำให้ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มจากเดิม ขณะที่แต่ละวันต้องขี่รถเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และต้องนำสินค้าออกมาขายเพิ่มขึ้น เพราะมีกำไรเหลือเพียงเล็กน้อยหลังหักต้นทุนสินค้าและค่าน้ำมัน แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ก็ไม่กล้าปรับราคาสินค้า เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจไม่ดีและแทบไม่มีเงินซื้อของ จึงจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้เอง พร้อมอยากให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเพื่อช่วยบรรเทาภาระของประชาชน

ด้าน นางบุญเพียง แกว่นธัญกิจ อายุ 52 ปี ชาวตำบลหนองแก ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรมาเติมน้ำมัน กล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันแพงขึ้น วิธีประหยัดที่ทำได้คือ หากไม่มีความจำเป็นก็จะไม่เดินทางออกไปไหน พร้อมระบุว่า หากราคาน้ำมันปรับขึ้นถึงระดับลิตรละ 40 บาท จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนักยิ่งกว่าเดิม จึงอยากให้รัฐบาลช่วยตรึงราคาให้อยู่ในระดับ 30 กว่าบาทเหมือนที่ผ่านมา เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ประจำวันปรับสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน นางสมพร บุญมี อายุ 66 ปี เกษตรกรชาวนาในตำบลหาดทะนง อำเภอเมืองอุทัยธานี นำถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร จำนวน 2 ถัง ขี่รถจักรยานยนต์เป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรมาเติมน้ำมัน เพื่อนำไปใช้สูบน้ำในนาข้าวและเตรียมไถนาอีกแปลงหนึ่ง เมื่อเห็นราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นก็ถึงกับตกใจและบ่นว่า ราคาข้าวก็ถูก ขณะที่ทั้งน้ำมันและปุ๋ยกลับมีราคาแพงขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนรอบด้าน โดยกล่าวด้วยความท้อใจว่า “แบบนี้เรียกว่าแย่ไม่ได้ ต้องบอกว่าตายอย่างเดียว”

นางสมพร กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องขี่รถจักรยานยนต์นำถังมาเติมน้ำมันถึงในตัวเมือง เพราะหากซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้าน ราคาจะสูงกว่าสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากเป็นการรับไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง เดิมหวังว่าจะได้ซื้อน้ำมันในราคาเดิม เพื่อนำกลับไปสูบน้ำในนาข้าวและใช้เตรียมพื้นที่เพาะปลูก แต่เมื่อพบว่าราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นก็ถึงกับถอดใจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลและปรับลดราคาน้ำมันลงบ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพ.