สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลอิสราเอลเปิดเผยกับสื่อหลายแห่งว่า กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลแจ้งไปยังสถานกงสุลใหญ่สหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเยรูซาเลม ให้ยุติการดำเนินงาน โดยนักการทูตสหราชอาณาจักรทุกคนซึ่งประจำการอยู่ที่นี่ จะสูญเสียสถานะการรับรองภายใน 30 วัน


ขณะที่ผู้แทนการทูตของสหราชอาณาจักรที่เข้าร่วมภารกิจประสานงานด้านฉนวนกาซา ซึ่งมีสหรัฐเป็นผู้นำ รวมถึงนักการทูตสหราชอาณาจักร ซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองรามัลเลาะห์ ในเขตเวสต์แบงก์ จะต้องเดินทางออกจากอิสราเอลภายใน 7 วัน


ทั้งนี้ นายกีเดียน ซาร์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า สหราชอาณาจักรต้องยุติการดำเนินงานของสถานกงสุลดังกล่าว เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลปาเลสไตน์ และเพื่อตอบโต้ที่สหราชอาณาจักรประกาศมาตรการคว่ำบาตรสินค้าจากชุมชนชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์


ด้านนายเอ็ด มิลิแบนด์ รมว.การต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักร “เสียใจ” กับมาตรการตอบโต้ของอิสราเอล อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรต้องดำเนินการ ก่อนที่สถานการณ์จะสายเกินแก้ไข.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS