เมื่อวันที่ 10 ก.ย. จากกรณี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่การจัดการศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และปัญหาการทะเลาะวิวาทกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน โดยที่ประชุมได้ออก 4 มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองสถาบัน โดยมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ปิดสถาบันเป็นเวลา 3 เดือน โดยจะไม่มีการจัดการเรียนการสอนทั้ง 2 สถาบัน จนกว่าพื้นที่ใหม่จะแล้วเสร็จ หากสถานที่ยังไม่พร้อมก็จะให้งดการเรียนการสอนไปเรื่อย ๆ

ขณะที่ฝั่งสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้สั่งการให้ทางสถาบันจัดหาสถานที่ใหม่เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนเช่นกัน

ส่วนฝั่งอุเทนถวาย ได้สั่งการให้อธิการบดีดำเนินการหาสถานที่ใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หากสถานที่ใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ให้จัดหาสถานที่เพื่อรองรับการเรียนการสอน โดยไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่เดิมโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนำพื้นที่ของอุเทนถวายกลับคืนมา โดยห้ามนำพื้นที่ดังกล่าวไปเป็นพื้นที่ทางการค้า แต่จะให้ใช้เป็นพื้นที่สำหรับนวัตกรรม และเป็นประโยชน์สำหรับคนไทย โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ขึ้นมา และดึงทุกสถาบันเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงเปิดให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ได้ทุกคน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย เพื่อติดตามบรรยากาศภายหลังมีมาตรการดังกล่าว พบว่าบริเวณโดยรอบมีบรรยากาศเงียบเหงา โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. คอยดูแลบริเวณหน้าประตูผู้บริหารของสถาบัน และไม่ให้นักศึกษาเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่บริเวณอุเทนถวาย ซึ่งขอสงวนชื่อและนามสกุล โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ขณะนี้ไม่มีนักเรียนมาเรียนแล้ว และมีการเรียนการสอนผ่านทางระบบออนไลน์แทน โดยตั้งแต่ที่ตนเฝ้าดูแลพื้นที่มา ยังไม่มีนักเรียนเข้ามาที่บริเวณดังกล่าว และต้องคอยเฝ้าระวังพื้นที่

นอกจากนี้ ในส่วนของอุเทนถวายได้ปิดประตูรั้วอย่างสนิท พร้อมติดป้ายไวนิลห้ามเข้าออกพื้นที่ตามข้อกำหนด

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ภาพบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย โดยปรากฏป้ายพร้อมข้อความว่า “อุเทนถวายไม่เลือกเพื่อไทย ถ้าทำกับอุเทนถวายแบบนี้”

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ย. และสังเกตบริเวณดังกล่าว ไม่พบป้ายข้อความในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ระบุว่า ไม่มีการติดป้ายในลักษณะดังกล่าวภายในพื้นที่อุเทนถวาย