สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่าพล.ร.อ.โธมัส เดาม์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการไซเบอร์ของกองทัพเยอรมนี กล่าวว่า กองทัพเยอรมนีกำลังประเมินเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จำนวน 30 ระบบ เพื่อเร่งกระบวนการตัดสินใจในสนามรบ โดยตั้งเป้าพัฒนาระบบต้นแบบให้พร้อมใช้งานภายในไตรมาสที่สอง ของปี 2570 และคาดว่าจะนำมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2571


แม้การประเมินระบบเอไอยังคงดำเนินอยู่ แต่พล.ร.อ.เดาม์มีความเชื่อมั่นว่า กองทัพจะสามารถพัฒนาระบบต้นแบบได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด


ทั้งนี้ สงครามในยูเครนแสดงให้เห็นว่า โดรนและดาวเทียมสามารถสร้างข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้สนามรบมีความโปร่งใสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกัน กองทัพเยอรมนีจำเป็นต้องใช้เอไอช่วยประมวลผลข้อมูล ด้วยความเร็วที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้


ขณะที่สื่อของเยอรมนีรายงานเพิ่มเติม ว่าเครื่องมือเอไอส่วนใหญ่ที่กองทัพเยอรมนีกำลังพิจารณา เป็นผลงานของบริษัทในเยอรมนี โดยมีชัปส์วิชันจากฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติไม่กี่แห่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พล.ร.อ.เดาม์ระบุว่า กองทัพเยอรมนียังไม่มีแผนจัดซื้อ “มาเวน สมาร์ท ซิสเต็ม” (Maven Smart System) ซึ่งเป็นระบบเอไอของบริษัทพาลันเทียร์ (Palantir) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลและระบบกลาโหมของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระบบเอไอประเภทนี้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดระบบหนึ่ง


ปัจจุบัน กองทัพสหรัฐ กองบัญชาการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และชาติพันธมิตรหลายประเทศ นำระบบมาเวนของพาลันเทียร์มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลในสนามรบ ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินสถานการณ์และเร่งกระบวนการตัดสินใจ


อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐ และประเด็นอธิปไตยของข้อมูล เป็นปัจจัยที่ทำให้หลายฝ่ายในยุโรปต่อต้านการใช้ระบบของพาลันเทียร์ ท่ามกลางความวิตกว่าสหรัฐอาจเป็นพันธมิตรที่ไม่น่าไว้วางใจ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่หลายครั้งว่าจะนำสหรัฐถอนตัวออกจากนาโต.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES