เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 69 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และประธานมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสัมมนาสาธารณะและวิพากษ์ยุทธศาสตร์ “Utilizing Good Governance : ปฐมบทแห่งความถูกต้อง สู่ธรรมาภิบาลที่แท้จริง” ซึ่งจัดขึ้นโดยนักศึกษาโครงการนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 17

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวโอวาทพร้อมเปิดกิจกรรมเสวนาตอนหนึ่ง โดยได้มีการอัญเชิญ กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512 ซึ่งมีความว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากจะอยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายได้” 

พล.อ.สุรยุทธ์ ย้ำว่า พระราชดำรัสที่ได้พระราชทานไว้นานแล้วเป็นพระบรมราโชวาทที่เตือนใจทุกคน โดยทุกคนที่เข้าร่วมศึกษาในหลักสูตรนี้เป็นผู้บริหารจากทุกภาคส่วนของบ้านเมือง ซึ่งถือว่าทุกคนมีความพร้อมที่จะร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยการป้องกันเป็นคำที่สั้นกะทัดรัด แต่มีความจำเป็นมากที่สุด เนื่องจากบ้านเมืองเรามีความอ่อนด้อยในเรื่องการป้องกัน แต่มุ่งเน้นในเรื่องของการปราบปราม ซึ่งเรื่องการป้องกันและปราบปรามเป็นเรื่องที่ดูต่อเนื่องสอดคล้องกัน และต้องมีการเตรียมการตั้งแต่เบื้องต้น

ในการป้องกัน มีการเตรียมตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมใจ ใจของผู้ที่จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ จะต้องเป็นใจที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต โดยคำว่าสุจริตหมายถึง ผู้ที่มีจิตใจที่ดี ซื่อสัตย์ หมายถึงเป็นผู้ที่ซื่อตรง และการเริ่มต้องเริ่มจากใจเรา หากไปเริ่มที่การป้องกัน อาจจะได้ผลน้อย จึงอยากฝากไว้ให้เป็นข้อคิดกับทุกคนอีกครั้ง

การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นภารกิจที่สำคัญของพวกเราทุกคน ที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน นักวิชาการ และประชาชน จะต้องร่วมมือกัน เพื่อสร้างระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ การพัฒนาผู้บริหารให้มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นำ ที่กล้าเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย โดยยึดมั่นแน่วแน่ในหลักคุณธรรม จริยธรรม จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรมและการป้องกันการทุจริต : รากฐานของการบริหารภาครัฐที่ยั่งยืน” โดยชี้ว่า เป้าหมายสำคัญของการบริหารภาครัฐไม่ใช่เพียงการมีกฎหมายหรือระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง แต่ต้องสร้าง “ความไว้วางใจ” (Trust) ระหว่างรัฐกับประชาชน ภาคธุรกิจกับรัฐ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะความไม่เชื่อมั่นเป็นต้นเหตุสำคัญของความขัดแย้ง

หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาลต้องเดินไปด้วยกัน แม้ไทยจะมีหลักธรรมาภิบาลกำหนดในกฎหมายตั้งแต่ปี 2546 แต่ปัญหาอยู่ที่การนำไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบ (Accountability) และความโปร่งใส (Transparency) พร้อมยกกรณี “ปลาหมอคางดำ” เป็นตัวอย่างว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าใจว่าตนเองมีเพียงอำนาจอนุมัติ แต่แท้จริงแล้วอำนาจมาพร้อมหน้าที่และความรับผิดชอบในการติดตามผล หากละเลยย่อมก่อให้เกิดความเสียหายตามมา

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำว่า หลักนิติธรรมต้องทำให้กฎหมายมีความชัดเจน เท่าเทียม และลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น เพราะความไม่ชัดเจนเปิดช่องให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ ส่วนการที่ไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รัฐบาลได้เดินหน้าปรับปรุงกระบวนการออกกฎหมายให้สอดคล้องกับหลัก Good Regulatory Practice ทั้งการประเมินผลกระทบ และการรับฟังความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่ต้องเร่งแก้คือ “การบังคับใช้กฎหมาย” และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือ “คน” โดยยึดแนวคิดทำอย่างไรให้ “คนดีได้มีโอกาสปกครองบ้านเมือง”

นายปกรณ์ ชี้ว่า ปัญหาทุจริตเกิดจากคนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงระดับโครงสร้าง จึงต้องเน้น “การป้องกัน” มากกว่าการปราบปรามเพียงอย่างเดียว พร้อมยกตัวอย่างการทุจริตสอบรับราชการท้องถิ่นว่า บางกรณีครอบครัวมีส่วนสนับสนุน มองการใช้เงินซื้อโอกาสเป็นเรื่องปกติ สะท้อนว่าต้องเร่งเสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นมาตรการป้องกัน (Preventive Measure) ปลูกฝังสำนึกแก่เด็กและเยาวชน

“ปัญหาธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมของไทยไม่ได้เกิดจากการขาดตำรา ขาดกฎหมาย หรือขาดหลักการ แต่รากของปัญหาอยู่ที่คนขาดหิริโอตตัปปะ ขาดความละอายต่อการกระทำผิด ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงต้องทำทั้งสองด้านไปพร้อมกัน คือ ปราบปรามการทุจริตที่ปลายทาง และป้องกันที่ต้นทางด้วยการสร้างคน สร้างเด็ก และสร้างครอบครัวที่มีคุณธรรม เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและทำให้การบริหารภาครัฐเดินหน้าอย่างยั่งยืน” นายปกรณ์ กล่าว