สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่าสำนักงานศุลกากรเมืองคุนหมิงเปิดเผยว่า ปริมาณการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก ผ่านเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 234,300 ตัน เพิ่มขึ้น 58.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่า 4,360 ล้านหยวน (ราว 21,300 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 130.8%
ในจำนวนนี้ เป็นการนำเข้าผลไม้ 42,700 ตัน มูลค่า 721 ล้านหยวน (ราว 3,530 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12.2 เท่า และ 7.9 เท่าตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ท่าเรือกวนเล่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในด่านสำคัญบนเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง สามารถรองรับการนำเข้าผลไม้จากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังหน่วยงานกำกับดูแลผลไม้นำเข้าประจำท่าเรือ ได้รับอนุมัติจากสำนักงานบริหารศุลกากรแห่งชาติจีนให้ดำเนินงานได้ ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567
ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณผลไม้เขตร้อนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเข้าผ่านท่าเรือแห่งนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้านำเข้าสำคัญ
สำหรับผลไม้จากไทย โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด การขนส่งทางเรือจากท่าเรือเชียงแสนมายังท่าเรือกวนเล่ยใช้เวลาประมาณ 26 ชั่วโมง และช่วยลดขั้นตอนการถ่ายลำสินค้า ทำให้ประหยัดเวลาได้ราว 3 วัน เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ประมาณ 20%
ข้อมูลระบุว่า ปริมาณผลไม้นำเข้าผ่านท่าเรือกวนเล่ยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มเรือขนส่งสินค้าอีก 3 ลำ และการจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ระบบห่วงโซ่ความเย็นมากกว่า 130 ตู้ เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้สด
ด้านผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่า ข้อได้เปรียบของเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ประกอบกับการปรับปรุงกระบวนการพิธีการศุลกากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งผลไม้สดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ตลาดสำคัญของจีน อาทิ นครฉงชิ่ง เมืองซีอาน และนครกว่างโจว
การขยายศักยภาพและยกระดับการดำเนินงานของท่าเรือกวนเล่ย จึงมีส่วนสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศของจีน พร้อมเพิ่มบทบาทของเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ซึ่งจีนเรียกว่า “ทางน้ำสีทอง” ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์ ระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



