เมื่อวันที่ 14 ก.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.ท.สิทธิชัย เข็มกลัด สว.กก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังเข้าควบคุมตัว น.ส.หวัง อายุ 32 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหารายสำคัญตามความต้องการของทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้บริเวณริมถนนในพื้นที่หมู่ 1 ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
สำหรับ น.ส.หวัง นั้น เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวอย่างยิ่ง ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาให้ค้าประเวณี โดยคดีดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก น.ส.หวัง ถูกเจ้าหน้าที่จีนดำเนินคดี ก่อนอาศัยเงื่อนไขการตั้งครรภ์เพื่อขอประกันตัวชั่วคราว ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 ศาลประชาชน เขตซีเซียงถาง มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 6 ปี และปรับเงินจำนวน 500,000 หยวน ภายหลังคำพิพากษามีผลบังคับใช้ น.ส.หวัง กลับหลบหนีการรับโทษ ทราบว่าเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถไฟไปยังเมืองผิงเซียง มณฑลกวางซี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนเวียดนาม ก่อนขาดการติดต่อกับทางการจีน เชื่อว่ามีการลักลอบข้ามพรมแดนเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้แกะรอยทางเทคโนโลยีและบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนพบเบาะแสว่า น.ส.หวัง น่าจะลักลอบเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด กระทั่งพบว่า น.ส.หวัง กำลังวางแผนหลบเลี่ยงการตรวจสอบสถานะการพำนักในประเทศไทย ด้วยการทำ “วีซ่ารัน” (Visa Run) เพื่อเดินทางออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ หวังต่ออายุการพำนักในราชอาณาจักรให้ดูแนบเนียน
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 69 น.ส.หวัง ได้โดยสารเครื่องบินเดินทางออกจากประเทศไทย มุ่งหน้าไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทราบข้อมูลล่วงหน้าว่า น.ส.หวัง มีแผนเดินทางกลับเข้าประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน น.ส.หวัง เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนพบว่า หลังเดินทางออกจากสนามบิน น.ส.หวัง เดินออกมาหยุดอยู่บริเวณริมถนน ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเตรียมขึ้นรถหลบหนี จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายไทย และผลักดันตัว น.ส.หวัง กลับไปรับโทษตามคำพิพากษาที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป.



