ในยุคสมัยที่สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นโชว์ทัศนคติโดยเฉพาะในเรื่องราวความสัมพันธ์และความงามมักถูกนำมาบิดเบือนเพื่อสร้างกระแสเรียกร้องยอดการเข้าถึง (Engagement) ดังเช่นกรณีดราม่าล่าสุดของ “โค้ชสอนจีบสาว” อย่าง นายดุลภาค ไชยกุมาร หรือ “โค้ชดุล” เจ้าของช่องพอดแคสต์ “การกลับมาของดอนฮวน” (อดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ดีกรี AFC A-Licence) ได้เผยแพร่เนื้อหาพอดแคสต์ที่ตั้งคำถามในลักษณะดูหมิ่นผู้หญิงว่า “ผู้หญิงแก่ อายุ 35 คุณยังจะเอาอยู่เหรอ”

ดราม่าที่เกิดขึ้น!

“โค้ชดุล” อ้างว่าผู้หญิงอายุ 30 หรือ 35 ปีขึ้นไปนั้น “ไม่สวยแล้ว” หากผู้ชายต้องพัฒนาตัวเองจนประสบความสำเร็จ แต่กลับต้องได้แฟนไม่สวยหรืออายุมาก ก็ไม่คุ้มค่าที่จะพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ เขายังเปรียบผู้หญิงสวยเหมือน “รถเฟอร์รารี่” ที่ค่าบำรุงรักษาสูง และเปรียบผู้หญิงไม่สวยเหมือน “รถโตโยต้า” ที่ทนทาน เข้าถึงง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ

หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ชาวเน็ตและผู้ฟังพอดแคสต์ต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม มองว่าเป็นทัศนคติที่ขาดการให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ ไร้วุฒิภาวะ และขัดแย้งกับบทบาทการเป็นโค้ชความสัมพันธ์ ซึ่งในเรื่องนี้ “นายดุลภาค” ปฏิเสธที่จะขอโทษ แต่กลับโพสต์ข้อความท้าทายให้คนเข้ามาด่าเพื่อสร้างยอดการเข้าถึง พร้อมอ้างมาตรฐานส่วนตัวว่าแฟนของตนอายุ 25 ปี สวยระดับนางฟ้า และขู่จะฟ้องเฉพาะคอมเมนต์ที่พาดพิงถึงครอบครัวเท่านั้น

ต่อผลกระทบต่อมาทำให้ “เพื่อนร่วมรายการ” ประกาศแยกตัวออกจากช่อง และสังคมได้สะท้อนบทเรียนว่า การใช้คำพูดบูลลี่และลดทอนคุณค่าผู้อื่นเพื่อสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ มีแต่จะทำลายภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของผู้พูดเองในระยะยาว

เจาะลึกเสน่ห์ คุณค่า และความเป็นจริงของผู้หญิงวัย 35+

แม้กระแสข่าวด้านลบจะพยายามสร้างภาพจำว่าผู้หญิงวัย 35+ กำลัง “นับถอยหลัง” แต่ข้อมูลทางสถิติ งานวิจัยด้านจิตวิทยา และความเป็นจริงในสังคมกลับยืนยันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!

หากเราเจาะลึกไปยัง ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ของประเทศไทย พบข้อเท็จจริงดังนี้
-ประเทศไทยมีผู้หญิงช่วงอายุ 35-44 ปี รวมกันมากกว่า 4.78 ล้านคน ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
-ข้อมูลการเกิดมีชีพปี 2566 ชี้ว่า มารดาอายุ 35-39 ปี ให้กำเนิดบุตรถึง 14.4% และอายุ 40-44 ปี อีก 3.9% สะท้อนว่าผู้หญิงวัยนี้ยังคงมีความพร้อมและเป็นที่ต้องการในการสร้างครอบครัวอย่างเป็นปกติ
-อัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยที่ลดลงเหลือ 1.0 ในปี 2567 ที่ผ่านมา เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคม ไม่ใช่เพราะผู้หญิงอายุ 35 ปี “หมดเสน่ห์” แต่อย่างใด

ทำไมวัย 31-35 ปี จึงเป็น “Golden Age” ของผู้หญิง?
มีงานวิจัยระบุว่า “เสน่ห์ของผู้หญิงเปลี่ยนผ่านไปตามกาลเวลา และวัย 35+ คือจุดหลอมรวมความงามที่สมบูรณ์แบบที่สุด” เราลองมาดูแต่ละช่วงวัยเพิ่มเติมกันอีกเล็กน้อย..
วัย 20-25 ปี ความสดใส ความงามทางกายภาพตามธรรมชาติ แต่ยังขาดประสบการณ์ชีวิต
วัย 26-30 ปี เริ่มตั้งหลักในชีวิต เรียนรู้การสื่อสาร เข้าใจตนเองมากขึ้น
วัย 31-35 ปี เป็นช่วงวัยที่มีเสน่ห์สมบูรณ์ที่สุด ความสวยสุกงอม มีความมั่นใจ อารมณ์คงที่ และดูแลตัวเองได้ดี
วัย 36-40 ปี ความมั่นคงทางอารมณ์สูงที่สุด รับมือกับปัญหาได้ดี มีเหตุผล
วัย 40 ปีขึ้นไป มีความเป็นผู้นำ มั่นใจในตัวตนอย่างแท้จริง เป็นที่พึ่งพาและทรงอิทธิพล

ฉะนั้น เสน่ห์ของผู้หญิงวัย 35 ปี ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องผิวพรรณหรือรูปร่าง แต่คือ “ออร่าแห่งความสุกงอม” (Maturity Charm) ที่เกิดจากประสบการณ์ การผ่านร้อนผ่านหนาว และการรู้จักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

สิ่งที่ผู้ชาย “คุณภาพสูง” มองหาในผู้หญิงวัย 35+

ในมุมมองของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ มั่นคง และมีวุฒิภาวะ สิ่งที่ดึงดูดใจพวกเขาในตัวผู้หญิงวัย 35+ ได้แก่..
-ความเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผู้หญิงวัย 35+ มักมีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง ไม่ใช้อารมณ์หรือดราม่าในการแก้ปัญหา สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ความสัมพันธ์มีความสุขและผ่อนคลาย
-การเป็น “คู่คิด” ในชีวิต สามารถแลกเปลี่ยนมุมมอง ให้คำปรึกษาด้านการงาน การเงิน และการดำเนินชีวิต มีวิสัยทัศน์ที่ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน
-ความพึ่งพาตนเองได้ มีการงาน การเงิน และพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ไม่ยึดติดหรือเรียกร้องเวลาจนสร้างความอึดอัด เคารพอิสรภาพของกันและกัน

จากกรณีดราม่า “โค้ชดุล” ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นว่า การนำตัวเลขอายุหรือรูปลักษณ์มาลดทอนคุณค่าผู้อื่น เป็นเพียงความคิดที่แคบและล้าหลัง ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไปในสังคมปัจจุบัน คือกลุ่มสตรีที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ ทรงเสน่ห์ มีความมั่นคง และเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า.. เสน่ห์ของผู้หญิงวัย 35+ คือความลงตัวระหว่างความงดงาม สติปัญญา และประสบการณ์ ที่ไม่มีคำว่าหมดอายุ!..