น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “One Map บูรณาการสารสนเทศการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อทุกคน” ระหว่าง กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA  และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สสน. ที่มี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานฯ ณ ห้องนารี 2 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล 

สำหรับความร่วมมือด้านการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ (One Map) ดังกล่าว จะเป็นการรวบรวมข้อมูลการพยากรณ์อากาศ ข้อมูลภาคพื้นดิน ในอากาศ และใต้ดิน ของกรมอุตุฯ เป็นข้อมูลหลัก ร่วมกับข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลจุดความร้อนของ GISTDA บูรณาการข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติของ สสน. เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบในการบริหารจัดการด้านภัยพิบัติ ผ่านการจัดทำแพลตฟอร์มกลางของ BDI และการจัดทำ Dashboard ข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

ทั้งนี้ BDI ได้จัดเตรียมข้อมูลจากชุดข้อมูลภัยพิบัติ 118 ชุดจาก 52 หน่วยงาน ประกอบด้วยข้อมูลการเฝ้าระวัง ข้อมูลระหว่างเกิดสถานการณ์เพื่อการดูแลประชาชน (ข้อมูลด้านสุขภาพ) และข้อมูลการเยียวยาให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดสถานการณ์ พร้อมกับบุคลากรด้านการวิเคราะห์ข้อมูล จำนวนกว่า 50 คน เพื่อทำการเรียบเรียงข้อมูลในแต่ละระดับชั้นข้อมูล (Data Layer) ให้กับผู้เชี่ยวชาญทำการวิเคราะห์ข้อมูลและส่งต่อข้อมูลที่สมบูรณ์ เข้าใจง่ายให้กับฝ่ายปฏิบัติงาน 

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องของภัยพิบัติแห่งชาติ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ เพื่อการจัดทำข้อมูลที่เรามีอยู่ในทุกหน่วยงาน มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งการรวมข้อมูลจาก 4 หน่วยงานในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกและก้าวที่สำคัญ ในการรวบรวมข้อมูลด้านภัยพิบัติ สภาพอากาศ ฯลฯ เพื่อจัดทำให้การสื่อสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

จะเห็นได้จากตัวอย่างเหตุการณ์ภัยพิบัติที่จ.น่าน หน่วยงานได้ทราบสถานการณ์ล่วงหน้าก่อนประมาณ 7 วัน ทำให้มีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มีการเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือในการช่วยเหลือและเฝ้ารับมือสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยในระหว่างเกิดเหตุ และหลังจากที่เกิดเหตุแล้ว หน่วยงานในพื้นที่ได้ใช้ข้อมูลที่มีการบูรณาการแล้วในการเตรียมกำลังคนเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ดังนั้นจากสถานการณ์ดังกล่าว การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเชิงข้อมูล จะทำให้ข้อมูลด้านภัยพิบัตินั้นเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้กำลังคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนหน้าตั้งแต่ระดับชุมชน อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในการใช้แจ้งเตือนประชาชน เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติ

“วันนี้ ในนามของกระทรวงดีอี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ขอขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอว. ที่ทำให้เกิดความร่วมมือนี้ขึ้น โดยความร่วมมือของกระทรวงดีอี และกระทรวงอว. เกิดขึ้นได้เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนในแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ การดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชน ผ่านการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของทั้ง 4 หน่วยงาน โดยหวังว่าในอนาคต หลังจากที่มีการจัดทำ One Map แล้ว หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนหน้าจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ในการรับมือ แจ้งเตือน เฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานนี้ จะบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การรวบรวมข้อมูล พัฒนาวิเคราะห์ข้อมูล และแปลงผลข้อมูลในรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และประชาชนเข้าใจง่าย ทำให้เราสามารถป้องกันการสูญเสียจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มอบไว้ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” รมช.ดีอี กล่าว