สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองปอนติอานัก ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า จังหวัดกาลีมันตัน ทางตะวันตกบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองปอนติอานัก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปีของอินโดนีเซีย ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศแบบซูเปอร์เอลนีโญ ที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น และเกิดภัยแล้งอย่างหนัก

แม้จะสวมหน้ากากอนามัย แต่มีมีกล่าวว่า ตัวเธอเองก็ยังหายใจลำบาก ท่ามกลางหมอกควันที่ปกคลุมเป็นวงกว้าง และระดับมลพิษที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งมักทำให้คุณภาพอากาศเลวร้าย จนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กลุ่มอาสาสมัครกำลังเดินสายเคาะประตูบ้านตามชุมชนต่างๆ ในจังหวัด เพื่อแจกจ่ายถังออกซิเจนให้กับประชาชน และนักผจญเพลิงที่กำลังประสบปัญหาหายใจลำบาก ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “Rumah Oksigen” หรือ “บ้านออกซิเจน”

ในขณะเดียวกัน คุณภาพอากาศในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็ย่ำแย่ลงเช่นกัน เนื่องจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ระบุว่า ปัญหาหมอกควันใน 7 จังหวัดบนเกาะบอร์เนียว และเกาะสุมาตรา ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 12.5 ล้านคน

จำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าในจังหวัดเหล่านี้ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยอยู่ที่ 113,336 ราย ณ วันที่ 9 ก.ย. เทียบกับ 50,891 ราย ณ วันที่ 1 ก.ย.

ในช่วง 11 วันแรกของเดือน ก.ย. คลินิกของนายโซลิฮัต ได้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการหายใจลำบากจำนวน 187 ราย เมื่อเทียบกับ 422 ราย ตลอดทั้งเดือน ส.ค. และในขณะนี้ จำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการต่อวันอาจสูงถึง 80-120 ราย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS