เมื่อวันที่ 16 ก.ย. สำนักงาน กกต.ชี้แจงกรณีกระแสข่าวระบุว่า กกต. มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อใช้การพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือก สว.ว่า ได้ทำการตรวจสอบรายงานการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 พบว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณาแล้วมีมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 3 ไม่เห็นด้วยที่จะรับสำเนา เอกสารหลักฐาน หรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งความเห็นของคณะพนักงานสอบสวน คดีพิเศษ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ตามสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568
ทั้งนี้ ในที่ประชุม กกต. ได้มีการอภิปรายว่า ขณะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้รับสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. มาจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 จึงยังไม่ขอรับสำนวนและเอกสารทั้งปวงมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ
โดยรายงานการประชุม ดังกล่าว ไม่มีการกล่าวถึงหรือมีการเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน (เส้นเงิน) ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับไว้พิจารณา ประกอบกับในระหว่างที่มีการประชุมเพื่อพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. จำนวน 11 ครั้ง ไม่มีกรรมการการเลือกตั้งท่านใด ร้องขอให้นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 มาประกอบการพิจารณาแต่ประการใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (15 ก.ย.) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.ซึ่งเป็นหนึ่งใน กกต.เสียงข้างน้อยที่ลงมติเห็นควรให้มีการยื่นฟ้องกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยคดีฮั้วเลือก สว. ออกมาระบุว่า ในการพิจารณาคดีดังกล่าวได้พยายามสอบถามคณะไต่สวนชุดที่ 26 ว่าเงินดังกล่าวรับมาจากใคร และใครเป็นผู้โอน เพื่อจะได้ตรวจสอบต่อ แต่ได้รับแจ้งว่า กกต.มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นทางการเงินส่วนนี้ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แม้ส่วนตัวจะเห็นว่าควรตรวจสอบไปให้ถึงแหล่งที่มาของเงินก็ตาม



