วันที่ 17 กันยายน 2569 จากกรณีการพบปลาหมอคางดำ เอเลี่ยนสปีชีส์ตัวร้ายที่สร้างความปวดหัวให้แหล่งน้ำหลายจังหวัด ล่าสุดได้ลุกลามเข้าสู่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเดินหน้ามาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” อย่างเข้มข้น ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ประชาชนเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการนำปลาชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหาร
โดยนายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส และทีมงาน ได้นำปลาหมอคางดำที่จับได้ล่าสุดจำนวน 18 ตัว เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา มาขอดเกล็ด ควักไส้ หมักเครื่องปรุง ชุบแป้งทอดกรอบ จัดเสิร์ฟคู่ข้าวเหนียว ส้มตำ และตำถั่ว เพื่อยืนยันให้เห็นกับตาว่า “ปลาหมอคางดำ” กินได้จริง ไม่เป็นอันตราย แถมยังอร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น
นายบุญธง เปิดเผยว่า กาฬสินธุ์เริ่มพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับทุกภาคส่วนจนถึงขณะนี้ พบปลาหมอคางดำรวมแล้ว 41 ตัว กระจายอยู่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามชัย พบมากที่สุดถึง 34 ตัว บริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอหนองกุงศรี พบ 6 ตัว ในพื้นที่ตำบลหนองสรวง อำเภอสหัสขันธ์ พบ 1 ตัว บริเวณท่าเรือภูสิงห์

ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ อธิบายว่า จุดที่พบปลาหมอคางดำมากเป็นพิเศษที่บ้านคำเขื่อนแก้ว อำเภอสามชัยนั้น เป็นบริเวณใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำวัดเกาะแก้ว ซึ่งมีการให้อาหารปลาเป็นประจำ ทำให้มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนที่ระดับน้ำไม่ลึกมาก ตรงกับนิสัยของปลาหมอคางดำที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำตื้นพอดิบพอดี
ด้านมาตรการเฝ้าระวัง เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานประมงจังหวัดได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจจุดต้นน้ำ บริเวณสะพานไหลหลอด หาดดอกเกด และประตูระบายน้ำเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำชี ผลปรากฏว่ายังไม่พบปลาหมอคางดำในจุดดังกล่าว เนื่องจากสภาพน้ำลึกและมีความชัน ไม่ตรงกับพฤติกรรมของปลาชนิดนี้

นายบุญธง ย้ำชัดว่า สถานการณ์ในเขื่อนลำปาวขณะนี้ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพบเพียง 3 จุดเท่านั้น และจำนวนยังไม่มากเมื่อเทียบกับพื้นที่เขื่อนที่กว้างถึง 356,000 ไร่ โดยเกณฑ์การประกาศเป็นพื้นที่ระบาด จะต้องพบปลาหมอคางดำมากกว่า 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ซึ่งตัวเลข 41 ตัว ที่พบในขณะนี้ยังห่างไกลจากเกณฑ์ดังกล่าวมาก
แม้สถานการณ์จะยังไม่น่าห่วง แต่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ก็ไม่นิ่งนอนใจ เร่งประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่สูบน้ำจากเขื่อนลำปาวเข้าบ่อ ให้เพิ่มความระมัดระวังด้วยการกรองน้ำผ่านผ้าขาวหลายชั้นก่อนนำเข้าบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปแพร่พันธุ์ในบ่อกุ้ง
พร้อมทั้งประสานผู้นำชุมชนและกลุ่มชาวประมงตลอดสองฝั่งลำน้ำปาวและแม่น้ำชี ให้ช่วยกันเฝ้าระวัง หากพบปลาหมอคางดำให้แจ้งสำนักงานประมงจังหวัดทันที อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดประมงจังหวัดแจ้งว่าในพื้นที่เขื่อนลำปาวยังไม่มีการจับปลาหมอคางดำเพิ่มแต่อย่างใด



