เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่16 ก.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า จาก “ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงด่านตรวจยาเสพติดกลายเป็นด่านรีดไถประชาชนกลางดึก ไม่พอกับเรื่อง “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่เขย่าความเชื่อมั่นของฝ่ายปกครองไปทั้งประเทศ จังหวัดภูเก็ต ก็ยังไม่กล้าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านส่งเข้ามาร้องเรียนกับเพจ “ป้าข้างบ้าน in Phuket” เป็นการเล่ารายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองกลางดึกคืนหนึ่งที่ อ.ถลาง โดยระบุว่า มีการตั้งด่านตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านบางโจ โดยชุดที่เรียกกันเองว่า “ชุดดำ” หรือชุด อส.อำเภอถลาง ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่าเป็นคนของบุคคลที่ถูกเรียกกันในพื้นที่ว่า “ปลัดหนุ่ม” ที่เสื้อปักชื่อตำแหน่งปลัดอำเภอชัดเจน
นายเฉลิมพงศ์ ระบุอีกว่า คำถามแรกที่ต้องถามคือ ด่านตรวจยาเสพติดที่ควรจะปกป้องประชาชนจากยาเสพติด กลายเป็นด่านที่ประชาชนต้องกลัวมากกว่ายาเสพติดเองได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนระบุว่า คนที่ถูกจับที่ด่านจะถูกพาตัวเข้าไปในห้องภายในตึกสีน้ำเงินหลังที่ว่าการอำเภอถลาง จากนั้นจะมีการเรียกเงินแลกกับการปล่อยตัว โดยรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น ไม่รับโอน เงินที่ได้จะถูกใส่ไว้ในลัง ราคาที่เรียกแตกต่างกันไปแต่ละคน ตั้งแต่ 6,000 บาท ไปจนถึง 15,000 บาท ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีเคสหนึ่งซึ่งถูกเรียกเก็บ 15,000 บาท ต่อรองเหลือ 12,000 บาท แต่เมื่อคดีไปถึงชั้นศาลจริง กลับถูกปรับเพียง 2,000 บาท เท่านั้น เท่ากับว่าเรียกเก็บเกินกว่าโทษจริงถึง 6 เท่า นี่ไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือการรีดไถโดยอาศัยความกลัวและความไม่รู้กฎหมายของชาวบ้าน
“ภาพที่สะเทือนใจที่สุดคือกรณีคนแก่คนหนึ่งที่ไม่มีเงินติดตัว ต้องจ้างรถสามล้อมาส่งเงิน 6,000 บาท เพื่อไถ่ตัวลูกชายกลับบ้าน ทั้งที่ตัวเองก็แทบไม่มีจะกิน คำถามคือ วันนี้ ‘ปลัดหนุ่ม’ ยังนั่งทำงานในตำแหน่งที่มีอำนาจสั่งการชุดอส.อยู่หรือไม่ และผู้บังคับบัญชาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด รู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่เลือกจะไม่ทำอะไร ประชาชนภูเก็ตไม่ได้กลัวด่านตรวจยาเสพติด เขากลัวคนที่สวมเครื่องแบบรัฐแล้วทำตัวเป็นโจรเสียเอง”นายเฉลิมพงศ์ ระบุ



