เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่หอศิลปกรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จัดเสวนา “ภาพจำที่(ไม่)คุ้นเคย บาดแผล รัฐประหารและกระบวนการยุติธรรมที่หายไป” เนื่องในวาระ 50 ปี 6 ตุลา 19 และ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยา ชำแหละอำนาจกองทัพกับเศรษฐศาสตร์การเมืองธุรกิจกองทัพ การลบล้างผลพวงรัฐประหาร โดยมีนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายชยพล สท้อนดี สส.กทม.พรรคประชาชน ร่วมเวทีเสวนา

โดยนายรังสิมันต์ โรม กล่าวถึงการรัฐประหารและลบล้างผลพวงรัฐประหาร ว่า เมื่อนิติรัฐล่มสลาย จึงเปิดช่องให้มีการปล้นประเทศ ซึ่ง 20 ปี ผลพวงยังไม่จบสิ้น มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนหนึ่ง ที่ถูกอ้างเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรให้เป็นแค่เรื่องส่วนตัว เพราะกระทบกับประเทศ แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าจะทำอย่างไร ทั้งที่มีการอภิปรายในเรื่องนี้มาแล้ว รวมถึงเรื่องการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำลายระบบคุณธรรม เอาภาษีไปบำรุงคนโกง จ่ายเป็นสวัสดิการหล่อเลี้ยงคนโกงประเทศและให้คนโกงเป็นสมุนรับใช้ของระบอบน้ำเงิน หากไม่ทำตามก็ถูกเปิดเผยข้อมูลทำลายข้าราชการคนนั้นต่อไป

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ภัยคุกคามของเราวันนี้ มาจากสิ่งที่คณะรัฐประหารอ้างขึ้นว่ามีคนคิดไม่ดีกับเจ้าเลยต้องยึดอำนาจไปจากประชาชน และเมื่อกลับมาทบทวนจะเห็นว่า หากมีอะไรมาขวางก็ยกเลิก และสร้างกลไกใหม่ขึ้นมาจากการรัฐประหารทุกครั้ง คือ การทำให้นิติรัฐอ่อนแอ และวันนี้ยังสถาปนาองค์กรระบอบสีน้ำเงินขึ้นมา ผลพวงของรัฐประหาร ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญถูกทำลาย ไม่ใช่แค่คำสั่งของคณะรัฐประหาร ไม่ใช่แค่นายพลขึ้นเป็นนายกฯ แต่คือระบบที่ทำซ้ำเพื่อให้สังคมยอมรับว่า การรัฐประหารโดยอ้างเบื้องสูงสามารถอยู่เหนือกติกาได้ รัฐธรรมนูญต้องเป็นกติกาของประชาชน ไม่ใช่พินัยกรรมของผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นในเรื่องอดีตแต่ต้องการตัดวงจรที่จะเกิดในอนาคต.



