ถูกสนใจหนักมากสำหรับเรื่องราวของดาราตลกดัง ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจครั้งแรก โมเมนต์รวมตัวของแก๊ง 3 ช่าเจอกันในรอบ 4 ปี พร้อมเผยสาเหตุไม่ต่อสัญญากับช่องเดิม พร้อมเล่าอาการไบโพล่าร์ หรืออารมณ์ 2 ขั้วถึงกับขับรถชนบ้านตัวเอง ต้องรักษา 2 ปี 6 เดือน พร้อมเผยถึงชีวิตคู่กับ “บูบู้ กำธร” หวานหนักมาก แต่มีข่าวลือว่าเลิกกันแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

ตุ๊กกี้ เผยว่า “เรื่องแก๊งสามช่ามารวมตัวกัน กำลังจะหายจากกัน เลยเรียกรวมตัวกันใหม่ค่ะ ไม่ได้เจอแบบครบแก๊งจะ 4 ปีแล้วค่ะ ต่างคนต่างมีช่องทางธรรมชาติของใครของเรา (หัวเราะ) น้องเอ็มบอกว่าพ่อชอบบ่นว่าคิดถึง พวกเราเจอกันอยู่แล้วค่ะ แต่แบบ 6 คน มันไม่มี ก็จองคิวกันตั้งแต่ม.ค. แต่เดี๋ยวได้คิวคนนี้ คนนี้ไม่ได้ คุณพันได้ คุณโหน่ง คุณหม่ำ ไม่ได้ สุดท้ายก็นี่แหละค่ะ คุยกัน 4 ชม. ไปดูในของน้องเอ็มนะคะ แทบไม่ตัดทิ้งเลย มันสนุกมาก คุยกัน 4 ชม. แต่กลับบ้าน 5 โมงเย็นนะคะ นัด 9 โมงครึ่ง คุณหม่ำผีเจาะปากค่ะ คุยไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ คนคิดถึงน้องค่ะ แล้วเจอคุณเท่ง คุณโหน่งก็โอ้โห ยาวเลย ก็ต้องขอบคุณน้องเอ็มที่ทำให้เราได้เจอกัน ส่วนโปรเจกต์ต่างๆ นานา พี่หม่ำเขาตอบไปแล้วว่าคนคิวยากที่สุดคือคุณหม่ำนี่แหละค่ะ คนอื่นเขาพร้อมหมด แต่จะกลับมาในรูปแบบไหนต้องติดตามนะคะ ต้องขอบคุณโซเชียลที่ทำให้กลับมา คิดถึงถึงขั้นว่าพอได้คิว 3 ส.ค. เตรียมเลยทำเสื้อให้แก๊งเราใส่กัน มีคนเดียวที่เรียกว่าไม่ควร คือคุณเท่ง คุณเท่งล่าลายเซ็นทุกคนแล้วไปประมูลขาย อยากถามเขาเรื่องนี้มาก หาวิธีใหม่เหรอคะ (หัวเราะ) พี่บูบู้ออกแบบ พอรู้ว่าจะไปเจอพี่ๆ ก็เตรียมเสื้อเป็นที่ระลึก เตรียมกระเช้า เตรียมพวงมาลัย จริงๆ เทศกาลงานต่างๆ ปีใหม่ สงกรานต์ ทำอยู่แล้วค่ะ ครบรอบต่างๆ ทำอยู่แล้ว แต่วันนี้นานๆ ทีเจอกัน ไปทั้งขอบคุณบันไดดาว และขอพรเรื่องราวอนาคตว่าจะต้องทำอะไร พี่ๆ ให้พรไม่เหมือนกัน แล้วให้พรแบบนี้มา 22 ปีแล้วค่ะ พรจากคนเดิมๆ ที่มีคุณค่ามาก ชอบฟัง ก็ไปขอพรพี่เขาทั้ง 5 ท่าน”

“ล่าสุดเรื่องหมดสัญญากับเวิร์คพอยท์จริงๆ ที่นี่ที่แรกที่พี่ตุ๊กกี้ใช้คำว่าหมดสัญญานะคะ มันอิสระมา 6 เดือนแล้วค่ะ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องสัญญา เพราะไม่สำคัญกับพี่ตุ๊กกี้ ใจมากกว่าค่ะ ครั้งนี้ออกมารับงานโดยการบ่มเพาะของเวิร์คพอยท์นี่แหละค่ะ ให้เรามีวิชากล้าแกร่ง ผู้ใหญ่เปิดกรงทองออกมา ไปหากิน แบบนี้เลยค่ะ ไปหากินได้แล้ว เก่งแล้ว ฝึกวิชาหมดแล้ว อาจเป็นคนที่น่ารักในสายตาผู้ใหญ่ งานที่ทำประจำก็ยังทำอยู่ทุกวันนี้ค่ะ ส่วนครูเพ็ญศรีก็ยังเป็นครูเพ็ญศรี  คงไม่มีใครรับบทบ้าๆ บอๆ เหมือนเราได้ ก็เลยต้องต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องขอบคุณที่เวิร์คพอยท์อิสระมา 8 ปีที่คุณรอไง ฉันเลยได้มานั่งตรงนี้ ทีมงานโทรไป 6 ปี ด้วยเหตุและผลเรารู้กันอยู่ว่าทำไมถึงมาไม่ได้ วันนี้พร้อมถึงได้มา”

ตุ๊กกี้ เล่าต่อว่า “เรื่องอาการไบโพล่าร์ คุณไม่ตรวจคุณเลยไม่เจอไง จริงๆ คุณก็เหมือนฉันนี่แหละคุณเพื่อน คุณเพื่อนก็เหมือนฉัน เพราะวิธีชีวิตเราเหมือนกันค่ะ อาการคือคนเป็นไม่รู้ตัว คนใกล้ตัวรู้ดีค่ะ คนใกล้ตัวบอกคุณผิดเพี้ยน คุณเปลี่ยนไป มันมาพร้อมโควิด โควิดให้เราห่างกัน บ้านนึงห้ามอยู่ 3 คน ห้ามใกล้กัน แม้แต่การร่วมงาน วันนี้มา 3 คนนะ เวิร์กฟรอมโฮมที่บ้าน ห้ามรวมตัว จากคนที่ใช้ชีวิตกับเพื่อน เฮฮา เป็นสายสุดจริงๆ ทำงานสุด ปาร์ตี้สุด มือซ้ายถือสคริปต์ มือขวาถือถุงอ้วกก็เคยเป็นมาแล้ว เป็นคนสุด แต่ทุกอย่างจบไปไง เงียบหมดเลย คอนเสิร์ตก็ไม่มี ปาร์ตี้ก็ไม่เข้า ผับที่เคยไป เงียบ แม้แต่ถนนเข้าบ้านเรา รปภ.ปิดแมสก์ไม่คุยกับเรา หลายอย่างมันถาโถม การเป็นคนเฟรนด์ลี่ แฮปปี้กับทุกเรื่องราว มันเฉา พอเฉาสารที่อยู่ในสมองเราความร่าเริงสงสด คิดดูว่าตอนนั้นหนักสุด เพราะบิ๊กคลีนนิ่งที่เวิร์คพอยท์ให้เข้าแค่จำนวนคน รายการที่เราทำเป็นรายการสด เข้าทำงานคนเดียว แม้แต่คุณอุน คุณอาร์มก็ไม่มีสิทธิ์เข้า เพราะห้ามรวมตัว มันเลยเกิดความเครียดค่ะ เพื่อนไม่มาบ้าน หลานไม่โผล่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเงียบหมดเลย เลยรู้สึกไม่โอเค ไม่ชอบความเงียบ เหมือนบางอย่างมันหายไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาเรียกว่าอารมณ์สองขั้ว” 

“อาการมันเศร้า เศร้าสุด ฟังเพลงเศร้า อยู่ๆ ก็อยากเป็นสาวโรงงานเมื่อต่าย อรทัยเข้า อยู่ๆ ก็อกหัก เมื่อมนต์สิทธิ์พูด เปิดพี่อ้อยพี่ฉอดโอ้โห อยู่ๆ ผัวมีชู้ เครียดอีก หลายอย่างประดังเข้ามา สุดท้ายขับรถชนบ้านตัวเอง เวลาเราไปไหน เราวิ่งงาน คุณบูบู้จะเป็นคนเตรียมเสื้อผ้าให้ เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า เราแค่ไปจอดหน้าบ้าน แล้วมีน้องวิ่งมาเปลี่ยนกระเป๋า เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไป แต่โทรไม่ติด คุณบูบู้ไม่รับสาย โมโหมาก ขับรถชนเสาบ้านตัวเองเลยค่ะ มันขึ้นมาเลย อันดับสองพี่บู้ทำกับข้าวในบ้าน เรารู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนทำส้มตำเผ็ด อาหารรสจัดมาก แต่วันนั้นเรารู้สึกว่าเราเหมือนเป็นโรคกระเพาะ เราแสบท้อง เราบอกว่าพี่บู้ลดเผ็ดลงหน่อยเนอะ เราแสบท้อง อย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็รับปากเราว่าได้ สุดท้ายแล้วส้มตำที่ออกมามันเป็นรสชาติเดิมคือเผ็ด เขาก็คือร้านแม่ค้าร้านนึง อาการก็คือคว่ำถาด แล้วหัวร้อน พูดกูมึง ซึ่งพี่บู้ศัพท์เขาคือผมคุณ พี่กี้พี่บู้ แต่วันนั้นถ้าไม่หนักสุดจะไม่มีหลุดคำหยาบ พอพูดว่าก็กูบอก โอ้โห เท่านั้นแหละ คุณไปหาหมอ คุณไม่เหมือนเดิม เลยไปบางนาซอย 1 เล่าแบบนี้แหละค่ะ”

“เรื่องกัดลิ้นตัวเองคือไปรายการนึง เป็นรายการดูตัวเลข คุณคนนี้ชี้หน้า เลข 15 คือวันเกิดค่ะ เขาบอกว่าเมื่อเดือนที่แล้วคุณเลือดกลบปาก นี่คิดในใจว่าสามียังไม่เล่าให้ฟังเลย มันเป็นความในใจ เป็นคนที่ไม่ได้ดั่งใจแล้วออกเลย ก็คิดในใจว่าเขารู้ได้ไง แต่เขาแม่น สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีสินค้าไปขายของตัวเอง แล้วสินค้านี้กะว่า 4 วันขาย 100 ถุงก็หมด คุณบูบู้ก็ไปกับเพื่อนๆ เขาไป ไม่มีคนสานต่อ ไม่ได้ดั่งใจเพราะ 1 ชม.สินค้าล็อตนี้เกลี้ยง แสดงว่าขายไม่ถึง 4 วัน อีกสามวันจะหาสินค้าไหนมาขาย โมโหตัวเอง ลูกค้าเต็มเลย ทำอะไรไม่ได้ ตะโกนก็ไม่ได้ ความเป็นตลกก็กัดลิ้นตัวเองซะเลย เพื่อให้มันระงับ ดื่มน้ำแล้วก็กลืนลงไป แล้วไม่ได้คุยกับใครเลยนะ แต่คนนี้เขาทัก มาจากโรคที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ รักษาคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้กินยาระงับสารเคมีในสมอง รักษาอยู่ 2 ปีครึ่งค่ะ กินยาไปเรื่อยๆ สุดท้ายรู้สึกว่าไม่ใช่คนป่วย ไม่อยากกิน พี่บู้เลยบอกว่าเดี๋ยวผมเปลี่ยนแปลงตัวคุณให้นะ ผมขอรักษาคุณด้วยตัวผมเอง ผมอาจไม่ได้จบ ไม่ได้มีใบอะไรการันตีทั้งสิ้น พี่บู้เลยสั่งเก็กฮวยมีฟอง เปิดคาราโอเกะให้ร้อง หมดแก้วกันสองคนสามีภรรยา คุณบูบู้เต้นโชว์ สุดท้ายมันก็กลับมาเอง ไม่ต้องพึ่งยา สารแห่งความสุขก็กลับมา ตอนนี้อารมณ์สองขั้วหายไปแล้วค่ะ แอลกอฮอล์ลิซึ่มค่ะ (หัวเราะ) ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เจอพี่ที่ไหน เจอคุณขวัญที่นั่นค่ะ (หัวเราะ) คุณขวัญถึงขั้นดีเอ็ม ร้านนี้เปิดใหม่บนดาดฟ้าเซ็นทรัลเวิลด์”

“ที่มีข่าวว่าเลิกกับสามีคือคุณเป็นคนไทยแท้นะ คุณอ่านไม่เกิน 5 บรรทัด (หัวเราะ) มันเม้าธ์ไป แปะโฆษณาเว็บพนัน มันไม่จริง รักกันมาร่วมๆ แล้ว 3 ธ.ค. ครบ 23 ปีค่ะ ทุกวันนี้โซเชียลระวังนะ ล่าสุดเป็นหน้าตุ๊กกี้และพูดเป็นเสียงตุ๊กกี้ด้วย รวยเพราะเว็บพนัน งงมาก ตื่นเช้าเพื่ออะไร อย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้านะ ระวัง ก่อนกฎเกิดขึ้น ก็มีเรื่องราวมาก่อน ก่อนหน้านี้เรากำลังมีชื่อเสียง เราหลงใหลได้ปลื้มกับคนชม คอสตูมก็ชมว่าสวยมาก ผมก็บอกว่าเสยขึ้นแล้วใช่เลยนะ  ทุกคนชม ใช่ไปหมด แต่ตรงข้ามคุณบูบู้ อย่าใส่สั้นนะกี้ เราขาสั้น ขาเราเบียด มันอาจตรงไป แต่เขาหวังดี เขาเตือน เราไม่เชื่อ เพราะหลงใหลคำชมแล้ว ไปเชื่อคนชมมากกว่าคนติเพื่อก่อ คุณบูบู้ก็คิดว่ามันเยอะมากแล้ว คุณไม่ฟังผม งั้นคุณก็อยู่กับคำชม เขาไปอยู่สปป.ลาว 14 วัน เขียนจดหมายว่าลองเดินเส้นทางตัวเองดู นี่คือ 22 ปีที่แล้วนะคะ หลังจากนั้นก็มีกฎกันว่าเราจะไม่ทะเลาะกันเกิน 1 ชม. เราไปนั่งคิดวิเคราะห์แยกแยะเลยว่าใครผิดใครถูก บ้านเรา 3 คำที่ต้องติดในใจ หนึ่งคือหัดขอบคุณกันและกัน สองต้องรู้จักขอโทษ ผิดมากผิดน้อยต้องขอโทษ สามหนึ่งชม.ต้องหันมาคุยกัน นี่คือกฎของเรา”